หน้าที่เหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่จดทะเบียนบริษัท มิใช่วันที่เริ่มมีรายได้ บริษัทที่จดทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ประกอบกิจการ ก็ยังต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามกำหนดเช่นกัน การละเลยทำให้เกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มซึ่งสะสมขึ้นตามระยะเวลา
ในทางปฏิบัติ ปัญหาทางบัญชีและปัญหาทางกฎหมายมักเป็นเรื่องเดียวกัน ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นตัดสินกันที่งบการเงิน การขอใบอนุญาตทำงานพิจารณาจากงบการเงินและแบบยื่นรายการภาษี และการซื้อขายกิจการเริ่มจากการตรวจบัญชีของกิจการนั้น
สำนักงานมีนักบัญชีและผู้สอบบัญชีปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานเดียวกับทนายความ ท่านจึงไม่ต้องประสานงานระหว่างสองสำนักงานที่มิได้ทำงานร่วมกัน
งานที่อยู่ในกลุ่มนี้
- บัญชี จัดทำบัญชีรายเดือน ปิดงบการเงินประจำปี และนำส่งตามกำหนด
- ตรวจสอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งบริษัททุกแห่งต้องจัดให้มีทุกปี
- การเงิน วางระบบเอกสารและการควบคุมภายในให้เหมาะกับขนาดของกิจการ
- ภาษี ยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนด วางแผนภาษีภายในกรอบของกฎหมาย และดำเนินการเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ
กำหนดเวลาที่บริษัทต้องปฏิบัติ
- นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นรายเดือน
- นำส่งเงินสมทบประกันสังคมของลูกจ้าง เป็นรายเดือน
- ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี และประจำปี
- จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน ภายในกำหนดหลังวันสิ้นรอบบัญชี
- นำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- เก็บรักษาเอกสารทางบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี
สิ่งที่มักเป็นปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ
- ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับ หรือมีเอกสารที่ไม่ครบองค์ประกอบ ซึ่งอาจถูกถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้าม
- เงินที่กรรมการนำออกจากบริษัทโดยมิได้บันทึกให้ถูกต้องว่าเป็นเงินกู้ เงินเดือน หรือเงินปันผล
- รายได้ที่รับเป็นเงินสดและมิได้บันทึกไว้ในบัญชี
- การใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวของกรรมการปะปนกับบัญชีของบริษัท
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางบัญชีหรือภาษีสำหรับกิจการของท่าน อัตราและกำหนดเวลาเปลี่ยนแปลงได้ โปรดแจ้งลักษณะกิจการเพื่อให้ตรวจสอบหน้าที่ที่ใช้จริง
