ภาระภาษีของกิจการมิได้เกิดจากอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างของธุรกรรมและความครบถ้วนของเอกสารด้วย รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่มีเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด ถูกถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทำให้กำไรที่ต้องเสียภาษีสูงกว่ากำไรที่ได้จริง
ในทางกลับกัน สิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายอย่างที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องยื่นขอหรือแจ้งภายในกำหนดเวลา กิจการที่ไม่ทราบจึงเสียสิทธิไปโดยที่ไม่ต้องมีผู้ใดโต้แย้ง
สำนักงานดูแลทั้งงานยื่นแบบตามกำหนด งานวางโครงสร้างธุรกรรมล่วงหน้า และงานชี้แจงเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ
ภาษีที่กิจการต้องเกี่ยวข้องเป็นประจำ
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล ยื่นครึ่งปีและประจำปี คำนวณจากกำไรสุทธิที่ปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ทางภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นเป็นรายเดือนเมื่อจดทะเบียนแล้ว แม้ในเดือนที่ไม่มีรายการก็ยังต้องยื่น
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักและนำส่ง และต้องออกหนังสือรับรองให้ผู้รับเงิน
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการและลูกจ้าง
- ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ สำหรับธุรกรรมบางประเภท
ประเด็นที่มักถูกตรวจสอบ
- รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับ หรือมีใบกำกับภาษีที่รายการไม่ครบ
- รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวของกรรมการ เช่น ค่าเดินทาง ค่ารับรอง และค่าใช้จ่ายยานพาหนะ
- เงินที่กรรมการนำออกจากบริษัทโดยมิได้บันทึกให้ถูกต้องว่าเป็นเงินกู้ เงินเดือน หรือเงินปันผล
- รายได้ที่รับเป็นเงินสดและมิได้บันทึกไว้
- ราคาที่ใช้ในรายการระหว่างบริษัทในเครือ ซึ่งต้องเป็นราคาที่เทียบเคียงได้กับราคาตลาด
- การใช้ผลขาดทุนสะสมยกมา ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลา
สิ่งที่ควรทำเมื่อได้รับหนังสือเชิญพบหรือหมายเรียก
- ตรวจว่าเป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือเป็นการตรวจสอบภาษีเต็มรูปแบบ ซึ่งมีขั้นตอนและสิทธิของผู้เสียภาษีต่างกัน
- รวบรวมเอกสารตามรายการที่ระบุไว้ให้ครบก่อนวันนัด
- ปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนให้ถ้อยคำ เนื่องจากคำชี้แจงในชั้นนี้ถูกบันทึกและใช้อ้างอิงในขั้นต่อไป
- หากไม่เห็นพ้องด้วยกับการประเมิน ให้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดแล้วไม่อาจโต้แย้งได้อีก
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางภาษีสำหรับกิจการของท่าน อัตราภาษี สิทธิประโยชน์ และกำหนดเวลาเปลี่ยนแปลงได้ โปรดแจ้งลักษณะธุรกรรมเพื่อให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่ใช้จริง
