ความเข้าใจที่พบบ่อยคือ หนังสือมอบอำนาจเป็นเพียงแบบพิมพ์ที่กรอกแล้วลงชื่อ แต่ผลของเอกสารนี้คือ การกระทำของผู้รับมอบอำนาจภายในขอบเขตที่ระบุไว้ ผูกพันผู้มอบอำนาจเสมือนทำเอง การเขียนว่ามอบอำนาจให้ทำการทุกอย่างแทน จึงเท่ากับให้อำนาจขายทรัพย์สินและก่อหนี้ในนามของท่านได้ด้วย
ในทางกลับกัน ข้อความที่แคบเกินไปทำให้หน่วยงานปลายทางปฏิเสธ เพราะไม่ครอบคลุมขั้นตอนที่ต้องทำจริง ผู้รับมอบอำนาจจึงต้องกลับมาทำใหม่ ซึ่งเสียเวลาโดยเฉพาะเมื่อผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ
สำนักงานร่างหนังสือมอบอำนาจโดยดูจากขั้นตอนที่หน่วยงานปลายทางกำหนดจริง แล้วกำหนดขอบเขตให้พอดีกับเรื่อง ไม่กว้างและไม่แคบเกินไป
เรื่องที่มักต้องใช้หนังสือมอบอำนาจ
- การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่สำนักงานที่ดิน
- การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการของนิติบุคคลต่อนายทะเบียน
- การดำเนินการแทนในคดี ทั้งการรับเงินจากศาลและการรับเอกสาร
- การติดต่อธนาคาร กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม
- การจัดการมรดกและการรับโอนทรัพย์สินแทนทายาทที่อยู่ต่างประเทศ
- การยื่นคำขอต่อหน่วยงานราชการแทนบริษัท
สิ่งที่ต้องระบุให้ครบในหนังสือมอบอำนาจ
- ตัวผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมเลขประจำตัวที่ตรวจสอบได้
- กิจการที่มอบอำนาจโดยเจาะจง ระบุทรัพย์สินหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ชัด มิใช่เขียนรวมว่าให้ทำการทุกอย่างแทน
- ขอบเขตว่ามอบอำนาจให้ทำได้เพียงใด เช่น ให้ยื่นคำขอได้แต่ไม่ให้รับเงิน
- ระยะเวลาที่หนังสือมอบอำนาจมีผล และเงื่อนไขการสิ้นผล
- ให้มอบอำนาจช่วงต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ระบุไว้ อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
- อากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากติดไม่ครบอาจใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้
กรณีที่ผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ
หนังสือมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองก่อนนำมาใช้ในประเทศไทย โดยทั่วไปคือรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่ลงนาม หรือรับรองโดยผู้มีอำนาจในประเทศนั้นแล้วนำมารับรองต่อ ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะยื่นก่อนลงนาม เนื่องจากการลงนามผิดวิธีทำให้ต้องส่งเอกสารกลับไปทำใหม่
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน แบบพิมพ์และข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน โปรดแจ้งว่าจะนำไปใช้ที่ใดเพื่อให้ร่างข้อความให้ตรงกับที่ปลายทางกำหนด
