การจดทะเบียนบริษัทมิใช่งานยาก และดำเนินการให้เสร็จได้ในเวลาอันสั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบคือรายละเอียดที่กำหนดไว้ในวันจดทะเบียน ได้แก่ วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน สัดส่วนการถือหุ้น และอำนาจกรรมการ รายการเหล่านี้แก้ไขในภายหลังได้ แต่บางรายการมีต้นทุนและมีผลกระทบตามมา
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ การกำหนดทุนจดทะเบียนไว้ต่ำเพื่อประหยัดค่าธรรมเนียม แล้วจึงพบภายหลังว่าไม่เพียงพอต่อการขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ หรือไม่เพียงพอต่อการเข้าประมูลงานที่กำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาไว้
สำนักงานพิจารณาจากสิ่งที่กิจการตั้งใจจะทำในสามถึงห้าปีข้างหน้า แล้วจึงกำหนดรายการในวันจดทะเบียนให้รองรับไว้ตั้งแต่ต้น
ขั้นตอนการจดทะเบียน
- จองชื่อนิติบุคคล ซึ่งต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่มีผู้จดทะเบียนไว้แล้ว
- กำหนดวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะประกอบจริง รวมถึงกิจกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มในอนาคต
- กำหนดทุนจดทะเบียน สัดส่วนการถือหุ้น และรายชื่อผู้ถือหุ้น
- จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนตั้งบริษัท ซึ่งดำเนินการพร้อมกันได้
- ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์หรือเมื่อจำเป็นต้องใช้
- ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมเมื่อเริ่มมีลูกจ้าง
- เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท ซึ่งธนาคารกำหนดเอกสารเพิ่มเติมของแต่ละแห่ง
เรื่องที่ควรตัดสินใจก่อนวันจดทะเบียน
- ทุนจดทะเบียนที่เพียงพอต่อจำนวนใบอนุญาตทำงานที่จะต้องใช้
- สัดส่วนการถือหุ้น โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ซึ่งมีผลต่อสถานะของบริษัทตามกฎหมาย
- อำนาจกรรมการ ว่าลงนามคนเดียวได้ หรือต้องลงนามร่วมกันสองคน
- ที่ตั้งสำนักงานซึ่งต้องมีเอกสารแสดงสิทธิใช้สถานที่
- รอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งกำหนดวันที่ต้องปิดงบการเงินในทุกปีถัดไป
ค่าธรรมเนียมและเอกสารประกอบเป็นระเบียบของทางราชการซึ่งปรับปรุงเป็นระยะ โปรดแจ้งลักษณะกิจการและแผนการจ้างงาน เพื่อให้สำนักงานคำนวณทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมให้
