ผู้ลงทุนส่วนใหญ่พิจารณาตัวเลขรายได้และกำไรเป็นหลัก แต่ความเสี่ยงที่ทำให้การลงทุนเสียหายมักมิได้ปรากฏในงบการเงิน ได้แก่ คดีที่ยังไม่ถึงที่สุด สัญญาที่มีข้อกำหนดผูกมัดระยะยาว ทรัพย์สินทางปัญญาที่มิได้จดทะเบียนในนามกิจการ และภาระภาษีที่ยังมิได้ประเมิน
การตรวจสอบสถานะจึงเป็นการเปิดดูสิ่งเหล่านี้ก่อนลงนาม ผลที่ได้มิได้มีเพียงว่าควรลงทุนหรือไม่ แต่ยังใช้เป็นเหตุในการต่อรองราคา และใช้กำหนดข้อความรับรองที่ผู้ขายต้องให้ไว้ในสัญญา
สำนักงานทำงานส่วนนี้ร่วมกับผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกัน ด้านกฎหมายและด้านตัวเลขจึงตรวจไปพร้อมกัน
สิ่งที่ตรวจในการตรวจสอบสถานะ
- สถานะทางทะเบียนของนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง และอำนาจของผู้ลงนาม
- คดีความที่กิจการเป็นคู่ความอยู่ ทั้งที่เป็นผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้อง
- สัญญาสำคัญที่ผูกพันกิจการ โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ให้สิทธิคู่สัญญาบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลง
- ใบอนุญาตที่กิจการต้องมี และการโอนใบอนุญาตเมื่อเปลี่ยนผู้ถือหุ้น
- ทรัพย์สินทางปัญญาว่าจดทะเบียนในนามกิจการหรือในนามบุคคล
- ภาระผูกพันต่อลูกจ้าง ทั้งค่าชดเชยที่จะเกิดขึ้นและข้อพิพาทที่ค้างอยู่
- ภาระภาษีที่ยังมิได้ชำระ และประเด็นที่มีความเสี่ยงจะถูกประเมินเพิ่ม
สิ่งที่ควรกำหนดไว้ในสัญญาเข้าลงทุน
- ข้อความรับรองของผู้ขายว่าข้อมูลที่ให้ไว้ถูกต้อง และผลที่ตามมาหากปรากฏภายหลังว่าไม่ถูกต้อง
- เงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนวันโอนหุ้น
- การกันเงินส่วนหนึ่งไว้ระยะหนึ่งเพื่อรองรับภาระที่อาจปรากฏภายหลัง
- สิทธิของผู้ลงทุนในการเข้าร่วมตัดสินใจเรื่องสำคัญ และสิทธิในการได้รับข้อมูลของกิจการ
- ทางออกจากการลงทุน ทั้งวิธีการและการคำนวณมูลค่า
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับการลงทุนของท่าน ขอบเขตการตรวจสอบกำหนดตามลักษณะและขนาดของกิจการเป็นราย ๆ ไป
