เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรกคือ อำนาจปกครองบุตรกับค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นคนละเรื่องกันและตัดสินแยกกัน ฝ่ายที่ไม่ได้อำนาจปกครองยังคงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู และการที่อีกฝ่ายไม่จ่ายค่าอุปการะ ก็มิใช่เหตุที่จะห้ามมิให้พบบุตร
อีกประการหนึ่งที่มีผลมากคือ บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน ตามกฎหมายถือเป็นบุตรของมารดาแต่ผู้เดียว บิดาจะมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้ ต้องจดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่บิดาจำนวนมากไม่ทราบ
สำนักงานรับงานทั้งฝ่ายที่ขออำนาจปกครอง ฝ่ายที่ขอค่าอุปการะเลี้ยงดู และฝ่ายที่ถูกกันมิให้พบบุตร
สิ่งที่ศาลพิจารณา
- ผู้ที่ดูแลบุตรในชีวิตประจำวันมาโดยตลอด และความผูกพันที่มีอยู่จริง
- ความมั่นคงของที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสภาพแวดล้อมที่บุตรคุ้นเคย
- ความสามารถของแต่ละฝ่ายในการดูแล ทั้งเวลาและความพร้อม มิใช่พิจารณาจากรายได้เพียงอย่างเดียว
- ความประพฤติของบิดามารดาเท่าที่กระทบต่อบุตร
- ความเห็นของบุตร ตามวัยและวุฒิภาวะ
- ความเต็มใจของแต่ละฝ่ายที่จะให้บุตรได้พบอีกฝ่าย ซึ่งฝ่ายที่กีดกันมักเสียเปรียบในชั้นพิจารณา
ค่าอุปการะเลี้ยงดู
กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราตายตัว ศาลพิจารณาจากความจำเป็นของบุตร และความสามารถของผู้จ่ายประกอบกัน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ประกอบการพิจารณาได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายประจำวัน
- ควรจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายจริงของบุตรพร้อมหลักฐาน มิใช่เสนอเป็นตัวเลขรวมโดยไม่มีที่มา
- ขอให้ระบุวิธีปรับเพิ่มตามอายุหรือตามค่าครองชีพไว้ในข้อตกลงด้วย มิฉะนั้นต้องกลับมาที่ศาลอีกครั้งในอีกไม่กี่ปี
- กำหนดวิธีชำระที่ตรวจสอบได้ เช่น โอนเข้าบัญชีเฉพาะ เพราะการจ่ายเป็นเงินสดพิสูจน์ได้ยากเมื่อมีข้อพิพาท
- หน้าที่นี้สิ้นสุดเมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะ เว้นแต่บุตรยังไม่อาจเลี้ยงตนเองได้เพราะเหตุทุพพลภาพ
เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
- ไม่จ่ายค่าอุปการะตามคำพิพากษา บังคับคดีได้เช่นเดียวกับหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ทั้งอายัดเงินเดือนและยึดทรัพย์
- กีดกันมิให้พบบุตรตามที่ศาลกำหนด ยื่นคำร้องต่อศาลให้บังคับตามคำสั่งได้ และเป็นเหตุให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงอำนาจปกครองในภายหลัง
- พาบุตรออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับความยินยอม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที เพราะยิ่งช้ายิ่งแก้ไขยาก
เอกสารที่ควรเตรียมมา
- สูติบัตรของบุตร และทะเบียนบ้านที่บุตรมีชื่ออยู่
- ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าถ้ามี
- หลักฐานค่าใช้จ่ายของบุตร ทั้งค่าเล่าเรียนและค่ารักษาพยาบาล
- หลักฐานรายได้ของทั้งสองฝ่าย
- บันทึกการพบบุตรและการติดต่อที่ผ่านมา ซึ่งใช้แสดงความผูกพันที่มีอยู่จริง
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน คดีที่เกี่ยวกับบุตรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะรายอย่างมาก และศาลถือประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญเหนือข้อตกลงของบิดามารดา
