หลายท่านเข้าใจว่ามีเวลาสิบปีเสมอ ซึ่งคลาดเคลื่อน สิบปีเป็นกำหนดทั่วไปที่ใช้เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น แต่เรื่องที่พบบ่อยหลายเรื่องมีเวลาสั้นกว่านั้นมาก บางเรื่องเหลือเพียงสามเดือน
เครื่องมือนี้คำนวณจากวันที่ท่านกรอก ส่วนวันเริ่มนับที่ถูกต้องเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งอธิบายไว้ด้านล่าง คดีอาญาที่ยอมความได้มีกำหนดสองชั้นซ้อนกัน คือต้องร้องทุกข์ให้ทันสามเดือน และต้องฟ้องให้ทันอายุความด้วย
ผลการคำนวณ
เป็นการประมาณการเพื่อเป็นแนวทาง มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน
วันที่เริ่มนับ มิใช่วันที่เกิดเหตุเสมอไป
ประเด็นที่เข้าใจคลาดเคลื่อนมากที่สุดคือวันเริ่มนับ หลายเรื่องนับจากวันที่ทราบว่าเกิดเหตุและทราบตัวผู้ต้องรับผิด ซึ่งอาจห่างจากวันเกิดเหตุเป็นเดือนหรือเป็นปี เช่น ความเสียหายที่เพิ่งปรากฏภายหลัง หรือกรณีที่เพิ่งสืบทราบว่าใครเป็นผู้ก่อ วันเริ่มนับจึงเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่คู่ความมักโต้แย้งกัน
เรื่องที่มีกำหนดสองชั้นซ้อนกัน
บางเรื่องกฎหมายให้เวลาสั้นนับแต่วันที่ทราบเรื่อง แต่กำหนดเพดานไว้อีกชั้นนับแต่วันเกิดเหตุ ถึงเพดานแล้วหมดสิทธิทันทีแม้เพิ่งทราบเรื่อง จึงต้องกรอกวันที่เกิดเหตุด้วยเพื่อให้เห็นทั้งสองชั้น
- ละเมิด หนึ่งปีนับแต่ทราบเรื่องและทราบตัวผู้ต้องรับผิด และไม่เกินสิบปีนับแต่วันทำละเมิด
- ลาภมิควรได้ หนึ่งปีนับแต่ทราบว่าตนมีสิทธิเรียกคืน และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่สิทธินั้นเกิดขึ้น
- เพิกถอนการฉ้อฉล หนึ่งปีนับแต่เจ้าหนี้ทราบเหตุ และไม่เกินสิบปีนับแต่วันทำนิติกรรมนั้น
- คดีมรดก หนึ่งปีนับแต่ทายาททราบหรือควรทราบการตาย และไม่เกินสิบปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
- สินค้าที่ไม่ปลอดภัย สามปีนับแต่ทราบความเสียหายและทราบตัวผู้ประกอบการ และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ขายสินค้านั้น
คดีอาญาที่ยอมความได้ ต้องทันทั้งสองชั้น
ความผิดที่ยอมความได้ เช่น ฉ้อโกง ยักยอก ทำให้เสียทรัพย์ และเช็คเด้ง ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่องความผิดและทราบตัวผู้กระทำ พลาดชั้นนี้แล้วคดีขาดอายุความทันที แม้ยังเหลือเวลาฟ้องอีกหลายปีก็ตาม
เมื่อร้องทุกข์ทันแล้ว ยังต้องฟ้องและนำตัวผู้กระทำมายังศาลภายในอายุความของความผิดนั้นด้วย ซึ่งนับแต่วันกระทำความผิด มิใช่นับแต่วันที่ทราบเรื่อง สองชั้นนี้เดินคู่กันและต้องทันทั้งคู่
ความผิดที่ยอมความไม่ได้
ความผิดอย่างลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ฉ้อโกงประชาชน และความผิดของกรรมการที่ลงข้อความเท็จในบัญชีของบริษัท ยอมความไม่ได้ จึงไม่มีกำหนดร้องทุกข์สามเดือน แต่มีอายุความฟ้องนับแต่วันกระทำความผิด ซึ่งยาวหรือสั้นตามอัตราโทษของความผิดนั้น โทษจำคุกเกินหนึ่งปีถึงเจ็ดปีมีอายุความสิบปี ส่วนโทษจำคุกเกินหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปีมีอายุความห้าปี
เช็คหนึ่งใบมีกำหนดเวลาสามชุด
เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทำให้เกิดสิทธิสองทางพร้อมกัน คือฟ้องทางแพ่งเรียกเงินตามเช็ค และดำเนินคดีอาญากับผู้ออกเช็ค แต่ละทางมีกำหนดเวลาของตนเอง และไม่ได้เริ่มนับวันเดียวกัน
- ทางแพ่ง ผู้ทรงฟ้องผู้สั่งจ่ายได้ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ลงในเช็ค ซึ่งเป็นวันที่ตั๋วเงินถึงกำหนด มิใช่วันที่ธนาคารปฏิเสธ
- ทางอาญา ต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือน นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะเป็นวันที่ผู้ทรงทราบเรื่องความผิด ชุดนี้สั้นที่สุดและเป็นชุดที่ทำให้เสียสิทธิบ่อยที่สุด
- ทางอาญา เมื่อร้องทุกข์ทันแล้ว ยังต้องฟ้องและได้ตัวผู้ออกเช็คมายังศาลภายในห้าปี นับแต่วันกระทำความผิด ซึ่งถือเอาวันที่ลงในเช็คอันเป็นวันออกเช็ค
ข้อที่ทำให้เสียสิทธิบ่อยที่สุดคือการยอมให้ลูกหนี้นำเช็คเข้าบัญชีใหม่อีกครั้ง การปฏิเสธครั้งหลังมิได้ทำให้เกิดความผิดใหม่ และมิได้ทำให้กำหนดสามเดือนเริ่มนับใหม่ ยังคงนับจากการปฏิเสธครั้งแรกเสมอ
อีกข้อหนึ่งคือการรอผลหนังสือบอกกล่าว กฎหมายกำหนดว่าถ้าผู้ออกเช็คใช้เงินภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน กำหนดสามสิบวันนี้เดินคู่ขนานไปกับกำหนดสามเดือน และไม่ได้ทำให้กำหนดสามเดือนหยุดเดิน การรอจนครบสามสิบวันก่อนจึงค่อยร้องทุกข์จึงเสี่ยงมาก ควรร้องทุกข์ไว้ก่อน
เหตุที่ทำให้ระยะเวลาเริ่มนับใหม่
ในคดีแพ่ง ระยะเวลาที่ล่วงไปแล้วอาจสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ หากลูกหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้ เช่น ทำหนังสือรับสภาพหนี้ ผ่อนชำระบางส่วน หรือส่งข้อความยอมรับว่ายังติดค้างอยู่ รวมถึงเมื่อเจ้าหนี้ยื่นฟ้องคดี แต่การยอมรับหนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนพ้นกำหนด หากพ้นกำหนดไปแล้วจึงชำระบางส่วน ย่อมไม่ทำให้เริ่มนับใหม่ แต่จะเข้าเรื่องรับสภาพความรับผิดซึ่งมีกำหนดสองปีของตนเอง
ส่วนคดีอาญาไม่มีหลักสะดุดหยุดลงอย่างคดีแพ่ง การร้องทุกข์ไม่ทำให้อายุความฟ้องหยุดเดิน อายุความจะหยุดต่อเมื่อได้ฟ้องคดีและได้ตัวผู้กระทำมาอยู่ในอำนาจศาลแล้วเท่านั้น เพียงออกหมายจับยังไม่พอ
เรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อย
- เช็คมีกำหนดเวลาสามชุดที่นับคนละวัน อธิบายไว้เป็นหัวข้อหนึ่งด้านล่าง ผู้ทรงเช็คที่จำวันผิดชุดมักเสียสิทธิทั้งที่ยังเหลือเวลาในอีกชุดหนึ่ง
- การขายสินค้าหรือรับจ้างให้ลูกค้าที่นำไปใช้ในกิจการของเขาเอง ไม่ได้อยู่ในกำหนดสองปี แต่เป็นห้าปี ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่ของการค้าระหว่างธุรกิจ
- ละเมิดที่เป็นความผิดอาญาด้วย เช่น ยักยอกหรือฉ้อโกง ให้ใช้อายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาบังคับ มิใช่หนึ่งปี
- สิทธิตามคำพิพากษามีอายุความสิบปี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับระยะเวลาบังคับคดีสิบปี ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่นับแต่วันมีคำพิพากษาของศาลชั้นที่สุดและสะดุดหยุดลงไม่ได้
- อายุความมิใช่เรื่องที่ศาลยกขึ้นเองได้ ลูกหนี้ต้องยกขึ้นต่อสู้ แต่ในทางปฏิบัติคู่ความที่มีทนายความย่อมยกขึ้นเสมอ
อ่านเพิ่มเติม
ตัวเลขนี้คำนวณจากวันที่ท่านกรอกตามกำหนดเวลาที่กฎหมายวางไว้ วันเริ่มนับที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง ความผิดบางฐานมีองค์ประกอบที่ทำให้อัตราโทษและอายุความต่างออกไป และบางเรื่องเข้าข้อยกเว้นที่ทำให้กำหนดเวลายาวหรือสั้นกว่านี้ หากใกล้ครบกำหนด ควรให้ทนายความตรวจก่อนเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่น
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 6 อายุความ มาตรา 193/30 กำหนดสิบปีเป็นอายุความทั่วไป มาตรา 193/32 สิทธิเรียกร้องที่เกิดโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ มาตรา 193/33 กำหนดห้าปีสำหรับดอกเบี้ยค้างชำระ เงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ และสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/34 (1) (2) และ (5) ที่ไม่อยู่ในบังคับอายุความสองปี มาตรา 193/34 กำหนดสองปีสำหรับผู้ประกอบการค้าที่เรียกเอาค่าของ และค่าจ้างทำของ เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง และอนุมาตรา (9) สำหรับค่าจ้างของลูกจ้าง และมาตรา 193/35 กำหนดสองปีนับแต่วันรับสภาพความรับผิด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 เพิกถอนการฉ้อฉล มาตรา 419 ลาภมิควรได้ มาตรา 448 ละเมิด มาตรา 474 ความชำรุดบกพร่องในการซื้อขาย มาตรา 563 สิทธิเรียกร้องของผู้ให้เช่าอันเกี่ยวแก่สัญญาเช่า มาตรา 600 และมาตรา 601 ความชำรุดบกพร่องในการจ้างทำของ มาตรา 882 ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย มาตรา 1002 และมาตรา 1003 ตั๋วเงินและเช็ค และมาตรา 1754 คดีมรดก
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 และมาตรา 193/15 เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและการเริ่มนับใหม่ กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 ระยะเวลาบังคับคดีสิบปี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับอายุความ
- พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 12 กำหนดสามปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายทราบถึงความเสียหายและทราบตัวผู้ประกอบการที่ต้องรับผิด แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการขายสินค้านั้น
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 อายุความฟ้องคดีอาญานับแต่วันกระทำความผิด แบ่งตามอัตราโทษเป็นยี่สิบปี สิบห้าปี สิบปี ห้าปี และหนึ่งปี และมาตรา 96 ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 95 กำหนดให้ผู้เสียหายในความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่องความผิดและทราบตัวผู้กระทำความผิด
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และมาตรา 335 ลักทรัพย์ มาตรา 341 และมาตรา 343 ฉ้อโกง มาตรา 352 ถึงมาตรา 354 ยักยอก มาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 เอกสารปลอม และมาตรา 137 แจ้งความเท็จ กับมาตรา 348 มาตรา 356 และมาตรา 361 ซึ่งกำหนดว่าความผิดใดเป็นความผิดอันยอมความได้
- พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 7 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 และมาตรา 14 และพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2519 และที่ 3979/2530 วางหลักว่ากำหนดร้องทุกข์สามเดือน ในคดีเช็คนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อันเป็นวันที่ผู้ทรงทราบเรื่องความผิด และการนำเช็คเข้าบัญชีใหม่มิใช่การกระทำความผิดใหม่ จึงยังนับจากการปฏิเสธครั้งแรก ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5829/2540 วางหลักว่าวันที่ออกเช็คคือวันที่ลงในเช็ค ซึ่งใช้เป็นวันกระทำความผิด
- สำนักงานศาลยุติธรรม