การหย่าโดยความยินยอมทำได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ใช้เวลาไม่นานหากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ครบทุกเรื่อง ส่วนการฟ้องหย่าต้องมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนดและต้องพิสูจน์ต่อศาล ซึ่งใช้เวลาเป็นปีและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนซึ่งพบบ่อยที่สุดคือ การเข้าใจว่าเมื่อแยกกันอยู่นานแล้ว ย่อมถือว่าหย่ากันโดยปริยาย ซึ่งไม่ถูกต้อง ตราบที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าหรือมีคำพิพากษา ความเป็นสามีภริยายังคงอยู่ ทรัพย์สินที่หามาได้ในระหว่างนั้นยังอาจเป็นสินสมรส และหนี้ที่อีกฝ่ายก่อขึ้นยังอาจผูกพันถึงกัน
ด้วยเหตุนี้ การจัดการเรื่องทรัพย์สินให้เรียบร้อยพร้อมกับการหย่า จึงสำคัญกว่าการเร่งจดทะเบียนหย่าให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องทรัพย์สิน
สินสมรสกับสินส่วนตัว
สิ่งที่ชี้ขาดคือทรัพย์สินนั้นได้มาเมื่อใดและได้มาอย่างไร มิใช่ว่าชื่อในเอกสารเป็นของฝ่ายใด
- ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น
- ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสจากการทำมาหาได้ โดยทั่วไปเป็นสินสมรส แม้จะมีชื่อฝ่ายเดียวในเอกสารก็ตาม
- ทรัพย์สินที่ได้รับมรดกหรือได้รับให้โดยเสน่หาระหว่างสมรส เป็นสินส่วนตัว เว้นแต่ผู้ให้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- ของใช้ส่วนตัวและเครื่องมือประกอบอาชีพของแต่ละฝ่าย เป็นสินส่วนตัว
- ดอกผลของสินส่วนตัวที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส เป็นสินสมรส
หนี้สินก็แบ่งเป็นสองประเภทเช่นเดียวกัน หนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อครอบครัวเป็นหนี้ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายต้องรับผิด ส่วนหนี้ส่วนตัวของฝ่ายใด ฝ่ายนั้นรับผิดเอง ประเด็นนี้มักเป็นข้อพิพาทมากกว่าตัวทรัพย์สินเสียอีก
เหตุที่ใช้ฟ้องหย่าได้
เหตุหย่าเป็นรายการปิด ศาลจะเพิ่มเหตุอื่นขึ้นเองไม่ได้ ถ้าข้อเท็จจริงไม่ตรงข้อใดข้อหนึ่งข้างล่างนี้ ก็ฟ้องหย่าไม่ได้ แม้จะอยู่ร่วมกันต่อไปไม่ได้แล้วก็ตาม
- อีกฝ่ายอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับผู้อื่น หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
- อีกฝ่ายประพฤติชั่ว ไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ จนผู้ฟ้องได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายเดือดร้อนเกินควร
- อีกฝ่ายทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามผู้ฟ้องหรือบุพการีของผู้ฟ้องอย่างร้ายแรง
- อีกฝ่ายจงใจละทิ้งร้างผู้ฟ้องไปเกินหนึ่งปี
- อีกฝ่ายต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินหนึ่งปี ในความผิดที่ผู้ฟ้องมิได้มีส่วนก่อให้เกิดขึ้น ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ และการอยู่ร่วมกันต่อไปจะทำให้ผู้ฟ้องเดือดร้อนเกินควร
- ทั้งสองฝ่ายสมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกินสามปี
- อีกฝ่ายถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาเกินสามปีโดยไม่มีผู้ใดทราบว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่
- อีกฝ่ายไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง จนผู้ฟ้องเดือดร้อนเกินควร
- อีกฝ่ายวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และมีลักษณะยากจะหายได้ จนไม่อาจทนอยู่ร่วมกันต่อไปได้
- อีกฝ่ายผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติที่ได้ทำให้ไว้เป็นหนังสือ
- อีกฝ่ายเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงซึ่งอาจเป็นภัยแก่ผู้ฟ้อง และเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้
- อีกฝ่ายมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล
เหตุบางประการมีกำหนดเวลานับแต่วันที่ทราบเหตุ และการที่อีกฝ่ายให้อภัยหรืออยู่กินกันต่อภายหลังทราบเหตุ อาจทำให้เหตุนั้นใช้ฟ้องไม่ได้อีก จึงควรปรึกษาก่อนตัดสินใจ
เอกสารที่ควรเตรียมมา
- ทะเบียนสมรส และทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกรายการ พร้อมวันที่ได้มา ทั้งโฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ บัญชีธนาคาร และหุ้นในบริษัท
- หลักฐานหนี้สิน ทั้งสัญญากู้ บัตรเครดิต และสินเชื่อที่ผ่อนอยู่
- สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งใช้ในการกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดู
- สูติบัตรของบุตร หากมีเรื่องอำนาจปกครองด้วย
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน การแบ่งทรัพย์สินขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละรายการ โปรดนำเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์มาให้สำนักงานตรวจสอบก่อนตกลงเรื่องใด
