ข้อพิพาทแรงงานต่างจากข้อพิพาททางแพ่งทั่วไป ตรงที่คู่กรณีมิได้มีอำนาจต่อรองเท่ากัน กฎหมายจึงกำหนดสิ่งที่ตกลงให้ต่ำกว่าไม่ได้ไว้เป็นการเฉพาะ และวางวิธีพิจารณาที่ผ่อนปรนให้ฝ่ายลูกจ้าง ศาลแรงงานไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากลูกจ้าง และออกแบบมาให้ลูกจ้างดำเนินคดีได้ด้วยตนเอง
ในทางกลับกัน นายจ้างที่ดำเนินการถูกต้องตั้งแต่ต้น ย่อมมีภาระน้อยกว่ามาก เหตุที่นายจ้างแพ้คดีบ่อยที่สุดคือ เลิกจ้างโดยมิได้ระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือระบุเหตุหนึ่งไว้แล้วไปยกเหตุอื่นขึ้นอ้างในชั้นศาล ซึ่งกระทำมิได้
สำนักงานรับงานทั้งฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง โดยมิได้รับทั้งสองฝ่ายในเรื่องเดียวกัน
เรื่องที่สำนักงานรับดำเนินการ
- ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
- การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้หรือขอให้ศาลสั่งรับกลับเข้าทำงาน
- ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดที่ค้างชำระ
- เงินแทนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ รวมถึงวันหยุดสะสม
- ข้อพิพาทเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และหนังสือตักเตือน
- ข้อตกลงห้ามประกอบกิจการแข่งขันภายหลังพ้นสภาพ ซึ่งบังคับได้เท่าที่จำกัดขอบเขต ระยะเวลา และพื้นที่ไว้พอสมควร
- อุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน และการใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน
- การจัดทำสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และระบบเอกสารด้านบุคคลให้นายจ้างใช้ก่อนเกิดข้อพิพาท
สองช่องทางที่ลูกจ้างใช้เรียกร้องได้
- ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ ซึ่งจะสอบสวนและมีคำสั่ง ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำต้องมีทนายความ
- ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน ซึ่งไม่เก็บค่าธรรมเนียมศาลจากลูกจ้าง และมีผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างร่วมพิจารณา
- ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งสำหรับเรื่องเดียวกัน จะใช้พร้อมกันทั้งสองทางมิได้
สิ่งที่นายจ้างควรทำก่อนเลิกจ้าง
- ระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างให้ครบถ้วน เพราะเหตุที่ระบุไว้ในวันนั้น คือเหตุที่ผูกพันในชั้นศาล
- ตรวจว่ามีหนังสือตักเตือนตามลำดับขั้นแล้วหรือไม่ เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรงซึ่งไม่ต้องตักเตือนก่อน
- คำนวณค่าชดเชยตามอายุงานให้ถูกต้อง และตรวจว่าเข้ากรณีที่ไม่ต้องจ่ายหรือไม่
- บอกกล่าวล่วงหน้าตามกำหนด มิฉะนั้นต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวเพิ่มอีก
- ชำระเงินที่ค้างทุกรายการในวันเลิกจ้าง ทั้งค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และเงินแทนวันหยุดพักผ่อน
เอกสารที่ควรเตรียมมา
- สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และหนังสือตักเตือนทุกฉบับ
- สลิปเงินเดือนย้อนหลังสิบสองเดือน เพราะค่าชดเชยคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย
- หนังสือเลิกจ้าง และข้อความใด ๆ ที่ระบุเหตุผลของการเลิกจ้าง
- บันทึกวันแรกและวันสุดท้ายของการทำงาน
- บันทึกเวลาทำงานและเอกสารการอนุมัติล่วงเวลา สำหรับเรื่องค่าล่วงเวลา
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน อัตราขั้นต่ำตามกฎหมายเปลี่ยนแปลงได้ โปรดนำหนังสือเลิกจ้างและสลิปเงินเดือนมาให้สำนักงานตรวจสอบ
