คดีจำนวนมากมิได้แพ้เพราะข้อเท็จจริงไม่เป็นความจริง แต่แพ้เพราะไม่มีพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ ข้อมูลที่ได้มาโดยวิธีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากจะใช้ในคดีไม่ได้แล้ว ยังทำให้ผู้ที่ได้ข้อมูลนั้นมาต้องรับผิดเสียเอง ทั้งทางแพ่งและทางอาญา
งานส่วนนี้จึงต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สำนักงานกำหนดขอบเขตของงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มทุกครั้ง และไม่รับงานที่ต้องใช้วิธีการซึ่งกฎหมายห้าม
ผลของงานจัดทำเป็นรายงานพร้อมเอกสารประกอบ ในรูปแบบที่นำไปใช้ยื่นต่อศาลหรือใช้ประกอบการเจรจาได้
งานที่สำนักงานรับดำเนินการ
- ตรวจสอบสถานะของนิติบุคคลจากข้อมูลทางทะเบียน ทั้งผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจลงนาม และงบการเงินที่นำส่งไว้
- ตรวจสอบทรัพย์สินที่จดทะเบียนของลูกหนี้ก่อนตัดสินใจฟ้อง เพื่อให้ทราบว่าหากชนะคดีแล้วจะบังคับได้จริงเพียงใด
- ตรวจสอบว่ามีคดีความค้างอยู่หรือไม่ ก่อนเข้าทำสัญญาหรือเข้าร่วมทุน
- รวบรวมพยานหลักฐานการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการซื้อสินค้ามาเป็นตัวอย่างและการบันทึกหน้าร้านค้าออนไลน์
- ติดตามหาตัวลูกหนี้หรือผู้ต้องรับผิดที่เปลี่ยนที่อยู่ เพื่อให้ส่งหมายศาลได้
- สอบข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล และจัดทำบันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน
ขอบเขตที่สำนักงานไม่ดำเนินการ
- การเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ ข้อความ หรือระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิ
- การดักฟังหรือบันทึกการสนทนาที่ตนมิได้เป็นคู่สนทนา
- การเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีอำนาจเปิดเผย
- การติดตามบุคคลในลักษณะที่เป็นการรบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุข
สิ่งที่ควรแจ้งเมื่อเข้าปรึกษา
- ประเด็นที่ต้องการพิสูจน์ และเหตุที่ต้องการพิสูจน์ประเด็นนั้น
- เอกสารและข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อน
- กำหนดเวลาของคดีหรือของการเจรจา เพื่อให้จัดลำดับงานได้ทัน
- ว่าเรื่องอยู่ในชั้นใดแล้ว ทั้งชั้นเจรจา ชั้นเจ้าพนักงาน หรือชั้นศาล
สำนักงานรับงานเฉพาะที่ดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่รับประกันว่าจะพบข้อเท็จจริงตามที่ผู้ว่าจ้างคาดหวัง ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน
