ภาวะสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง หรืออุบัติเหตุ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากดูแลทรัพย์สินของตนเองไม่ได้ ปัญหาทางกฎหมายเกิดขึ้นทันที เพราะบัญชีเงินฝาก ที่ดิน และหุ้น ยังเป็นชื่อของผู้ป่วย กฎหมายมิได้ให้บุตรมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของบิดามารดา เพียงเพราะเป็นครอบครัวหรือเป็นผู้ดูแลอยู่ ผู้ที่จะจัดการแทนได้ต้องได้รับแต่งตั้งจากศาล
ครอบครัวที่มีทรัพย์สินมาก หรือผู้ป่วยเป็นกรรมการบริษัท จะได้รับผลกระทบเร็วกว่า ค่ารักษาพยาบาลต้องจ่ายทุกเดือน บริษัทต้องมีผู้ลงนามในเอกสาร และระหว่างที่ยังไม่มีผู้ใดได้รับแต่งตั้ง ทรัพย์สินอาจถูกโอนออกไปโดยที่ผู้ป่วยไม่เข้าใจว่ากำลังลงชื่อในเอกสารใด การยื่นคำร้องต่อศาลแต่เนิ่น ๆ จึงป้องกันได้ทั้งความล่าช้าและข้อพิพาทในครอบครัว
คนไร้ความสามารถกับคนเสมือนไร้ความสามารถ ต่างกันอย่างไร
กฎหมายแบ่งไว้สองระดับตามความรุนแรงของอาการ ทั้งสองระดับต้องมีคำสั่งศาล และคำสั่งนั้นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- คนไร้ความสามารถ คือบุคคลวิกลจริตที่ศาลสั่ง เช่น ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ต้องอยู่ในความอนุบาล ผู้อนุบาลเป็นผู้ทำนิติกรรมแทนทั้งหมด นิติกรรมที่คนไร้ความสามารถทำเองถูกบอกล้างได้
- คนเสมือนไร้ความสามารถ คือผู้ที่มีกายพิการ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ติดสุรายาเมา ประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเป็นอาจิณ หรือมีเหตุทำนองเดียวกัน จนจัดการงานของตนเองไม่ได้ หรืออาจทำให้ทรัพย์สินของตนหรือครอบครัวเสียหาย ต้องอยู่ในความพิทักษ์ ยังทำนิติกรรมทั่วไปได้เอง แต่เรื่องสำคัญต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน
เรื่องสำคัญที่คนเสมือนไร้ความสามารถต้องได้รับความยินยอม ได้แก่ นำทรัพย์สินไปลงทุน กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี ให้ทรัพย์สินโดยเสน่หาเกินสมควร ซื้อขายที่ดิน ก่อสร้างหรือซ่อมแซมอาคารครั้งใหญ่ ฟ้องคดี และประนีประนอมยอมความ การใดที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมถูกบอกล้างได้ ถ้าผู้ป่วยติดเตียงจนทำเรื่องเหล่านี้ด้วยตนเองไม่ได้ ศาลจะสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้ทำแทนก็ได้
ยื่นคำร้องขอให้เป็นคนไร้ความสามารถ ใครยื่นได้ และใครเป็นผู้อนุบาล
ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่ คู่สมรส บิดามารดาหรือปู่ย่าตายาย บุตรหรือหลาน ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ ผู้ซึ่งดูแลผู้ป่วยอยู่ และพนักงานอัยการ คำร้องนี้เป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ ศาลจะนัดไต่สวน และอาจเรียกแพทย์หรือพยานอื่นมาสืบเองได้ตามที่เห็นจำเป็น หากไม่มีญาติคนใดคัดค้าน การไต่สวนมักใช้เวลาไม่นาน
ถ้าผู้ป่วยมีคู่สมรส กฎหมายให้คู่สมรสเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ บุตรหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นจะขอให้ศาลตั้งผู้อื่นแทนได้เมื่อมีเหตุสำคัญ กฎหมายมิได้กำหนดว่าเหตุใดเป็นเหตุสำคัญ ศาลพิจารณาเป็นรายกรณีว่าผู้ใดจะดูแลผู้ป่วยได้ประโยชน์กว่า ถ้าผู้ป่วยไม่มีคู่สมรส กฎหมายให้บิดามารดาเป็น เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่พบบ่อย คือพ่อหรือแม่ที่เป็นม่ายและสูงอายุ ศาลจะพิจารณาตั้งบุตรคนใดคนหนึ่งตามความเหมาะสม บุตรที่ไม่ได้รับแต่งตั้ง แม้จะดูแลพ่อแม่อยู่ ก็ไม่มีอำนาจจัดการบัญชีเงินฝากแทน พี่น้องที่ยังไม่ไว้ใจกันจึงควรตกลงก่อนยื่นว่าจะเสนอผู้ใด
- ใบรับรองแพทย์หรือรายงานความเห็นแพทย์ ที่ระบุโรค อาการ และความสามารถในการรับรู้ของผู้ป่วย
- บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ป่วยและของผู้ร้อง
- เอกสารแสดงความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุล
- หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรสและบุตรคนอื่น พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งช่วยให้การไต่สวนสั้นลง
- บัญชีทรัพย์สินของผู้ป่วยโดยสังเขป เช่น ที่ดิน บัญชีเงินฝาก หุ้น และรถยนต์
ผู้อนุบาลขายที่ดิน ถอนเงิน หรือจัดการหุ้นแทนได้แค่ไหน
ผู้อนุบาลเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของคนไร้ความสามารถ ใช้เงินได้ของผู้ป่วยเพื่อค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพได้ตามสมควร และใช้สิทธิในทรัพย์สินแทนผู้ป่วยได้ แต่กิจการต่อไปนี้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
- ขาย ขายฝาก จำนอง หรือให้เช่าซื้อที่ดินและบ้าน
- ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี
- ให้กู้ยืมเงิน หรือนำทรัพย์สินไปค้ำประกันหนี้ของผู้อื่น
- ยกทรัพย์สินให้ผู้อื่นโดยเสน่หา
- ประนีประนอมยอมความ หรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
- กิจการใดที่ผู้อนุบาล คู่สมรสของผู้อนุบาล หรือบุตรของผู้อนุบาล ได้ประโยชน์ขัดกับประโยชน์ของผู้ป่วย
กิจการที่ผู้อนุบาลได้ประโยชน์ขัดกับผู้ป่วย ถ้าทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลเป็นโมฆะ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า การที่ผู้อนุบาลแจ้งเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ ในกรมธรรม์ประกันชีวิตของผู้ป่วยให้ตนเองเป็นผู้รับประโยชน์แต่ผู้เดียว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล เป็นโมฆะ
ถ้าคู่สมรสเป็นผู้อนุบาล คู่สมรสจัดการสินสมรสและสินส่วนตัวของผู้ป่วยได้แต่ผู้เดียว แต่การขาย จำนอง ให้เช่าเกินสามปี และเรื่องสำคัญกลุ่มเดียวกัน ยังต้องได้รับอนุญาตจากศาล ผู้อนุบาลที่มิใช่คู่สมรสต้องทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ป่วยให้เสร็จภายในสามเดือน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้ง โดยมีพยานรับรองอย่างน้อยสองคน เมื่อผู้ป่วยถึงแก่ความตาย ความเป็นผู้อนุบาลสิ้นสุดลง ผู้อนุบาลต้องส่งมอบทรัพย์สินพร้อมบัญชีการจัดการให้ทายาทภายในหกเดือน จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนตั้งผู้จัดการมรดก
ใบมอบอำนาจ พินัยกรรม และตำแหน่งกรรมการ ยังใช้ได้ไหมเมื่อเจ้าของป่วย
- ใบมอบอำนาจ สัญญาตัวแทนระงับลงเมื่อศาลสั่งให้ตัวการเป็นคนไร้ความสามารถ ผู้รับมอบอำนาจทำได้เพียงการที่จำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ป่วยไว้ จนกว่าผู้อนุบาลจะเข้ามาจัดการ การจัดการทรัพย์สินต่อจากนั้นจึงต้องร้องขอให้ศาลตั้งผู้อนุบาล และถ้าจะขายหรือจำนองที่ดิน ผู้อนุบาลยังต้องขออนุญาตศาลอีกชั้นหนึ่ง
- ตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการที่ตกเป็นคนไร้ความสามารถพ้นจากตำแหน่งทันที บริษัทต้องจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการภายในสิบสี่วัน ถ้าผู้ป่วยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเพียงคนเดียว บริษัทจะไม่มีผู้ลงนามแทนได้จนกว่าจะแต่งตั้งกรรมการใหม่
- พินัยกรรม พินัยกรรมที่ทำขึ้นหลังศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถเป็นโมฆะ ส่วนพินัยกรรมที่ทำก่อนศาลสั่ง จะเสียเปล่าก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าขณะทำ ผู้ทำจริตวิกลอยู่ ผู้ที่เริ่มมีอาการจึงควรทำพินัยกรรมโดยเร็ว และมีใบรับรองแพทย์เรื่องสติสัมปชัญญะในวันที่ทำประกอบไว้
ครอบครัวที่มีธุรกิจควรตรวจข้อบังคับและอำนาจกรรมการของบริษัทไว้ล่วงหน้า ให้มีกรรมการที่ลงนามแทนได้มากกว่าหนึ่งคน ก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะป่วยจนตัดสินใจเองไม่ได้
พ่อแม่โอนที่ดินให้คนอื่นไปตอนป่วย ขอคืนได้ไหม
นิติกรรมที่ผู้ป่วยทำก่อนศาลมีคำสั่ง จะบอกล้างได้เมื่อพิสูจน์ได้ครบสองข้อ คือขณะทำนิติกรรมผู้ป่วยจริตวิกลอยู่ และอีกฝ่ายรู้ว่าผู้ป่วยวิกลจริต ส่วนนิติกรรมที่คนไร้ความสามารถทำเองหลังศาลมีคำสั่ง บอกล้างได้ทุกกรณี ผู้อนุบาลต้องบอกล้างภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลตั้ง และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ทำนิติกรรมนั้น
ศาลฎีกาเคยพิพากษาให้เพิกถอนการยกที่ดินให้ผู้อื่น ซึ่งผู้ป่วยทำในขณะที่สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เมื่อผู้อนุบาลฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่ศาลตั้ง ที่ดินจึงกลับคืนเป็นของผู้ป่วย แต่ผู้ที่ขอคืนต้องพิสูจน์ให้ได้ครบทั้งสองข้อ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าในวันนั้นผู้ป่วยจริตวิกลอยู่ หรือพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้รับโอนรู้ถึงอาการ นิติกรรมนั้นมีผลสมบูรณ์ การยื่นคำร้องทันทีที่แพทย์ยืนยันอาการ จึงปิดช่องการโอนทรัพย์ได้ดีกว่าการตามเอาคืนในภายหลัง
บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน การเลือกระหว่างคนไร้ความสามารถกับคนเสมือนไร้ความสามารถ ขึ้นอยู่กับอาการตามความเห็นแพทย์และทรัพย์สินที่ต้องจัดการ ส่งข้อมูลอาการ รายชื่อญาติ และรายการทรัพย์สินเข้ามาได้ สำนักงานจะชี้แจงให้ว่าควรยื่นคำร้องแบบใดและต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 ถึงมาตรา 31 คนไร้ความสามารถ ผู้มีสิทธิร้องขอ ผลของนิติกรรม และการเพิกถอนคำสั่ง และมาตรา 32 ถึงมาตรา 36 คนเสมือนไร้ความสามารถและกิจการที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1463 และมาตรา 1569/1 ผู้เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ มาตรา 1592 มาตรา 1598/3 มาตรา 1598/11 มาตรา 1598/16 และมาตรา 1598/18 หน้าที่ของผู้อนุบาล ประกอบมาตรา 1574 และมาตรา 1575 กิจการที่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175 และมาตรา 181 การบอกล้างโมฆียะกรรม มาตรา 826 และมาตรา 828 การระงับของสัญญาตัวแทน มาตรา 1154 และมาตรา 1157 กรรมการบริษัท และมาตรา 1704 พินัยกรรมของคนไร้ความสามารถและคนวิกลจริต
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) และมาตรา 188 คำร้องขอในคดีไม่มีข้อพิพาท
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2522/2560 ผู้ป่วยโอนที่ดินให้จำเลยโดยเสน่หาขณะสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ผู้อนุบาลที่ศาลตั้งภายหลังบอกล้างได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลตั้ง นิติกรรมจึงตกเป็นโมฆะมาแต่แรกและต้องเพิกถอน
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2568 ผู้อนุบาลเปลี่ยนผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตของคนไร้ความสามารถ ให้ตนเองแต่ผู้เดียวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล เป็นกิจการที่ประโยชน์ขัดกัน จึงเป็นโมฆะ
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6064/2567 คนเสมือนไร้ความสามารถทำนิติกรรมนอกรายการที่ต้องได้รับความยินยอมได้เอง และบุตรที่มิใช่ผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาลไม่มีอำนาจจัดการบัญชีเงินฝากของบิดาแทน
- สำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว