Commit Legal Consultantกรุงเทพมหานคร · ประเทศไทย โทรศัพท์

ถูกสรรพากรเรียกตรวจ ลำดับที่ควรทำและกำหนดเวลาที่พลาดไม่ได้

รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่มีเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด ถูกถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทำให้กำไรที่ต้องเสียภาษีสูงกว่ากำไรที่ได้จริง

หนังสือเชิญพบจากกรมสรรพากรมิได้แปลว่ากิจการทำผิด ส่วนใหญ่เป็นการขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการตอบไปในชั้นนี้ถูกบันทึกไว้และใช้อ้างอิงในขั้นต่อไป การชี้แจงโดยไม่ได้เตรียมเอกสารให้ครบก่อน จึงทำให้เรื่องยืดยาวโดยไม่จำเป็น

ประเด็นที่ถูกตรวจมากที่สุดมิใช่การไม่ยื่นแบบ แต่เป็นรายจ่ายที่บันทึกไว้แล้วมีเอกสารไม่ครบองค์ประกอบ ซึ่งเมื่อถูกตัดออก กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีจะสูงขึ้นทันที พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่คำนวณย้อนหลัง

ข้อที่ต้องระวังที่สุดคือกำหนดเวลาอุทธรณ์ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้ว มีเวลาจำกัดในการยื่นอุทธรณ์ เมื่อพ้นกำหนดแล้วไม่อาจโต้แย้งจำนวนภาษีได้อีก แม้จะมีเหตุผลเพียงใด

ได้รับหนังสือจากสรรพากร ต้องทำอะไรก่อน

  • อ่านให้ชัดว่าเป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือเป็นการออกหมายเรียกตรวจสอบ ซึ่งมีขั้นตอนและสิทธิของผู้เสียภาษีต่างกัน
  • ตรวจว่าครอบคลุมรอบบัญชีใดและภาษีประเภทใด เพราะขอบเขตกำหนดว่าต้องเตรียมเอกสารเท่าใด
  • รวบรวมเอกสารตามรายการที่ระบุให้ครบก่อนวันนัด เอกสารที่ส่งไม่ครบทำให้ต้องนัดใหม่และดูเหมือนไม่ให้ความร่วมมือ
  • ให้ผู้จัดทำบัญชีและที่ปรึกษาเข้าร่วมด้วย เพราะคำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มาของตัวเลขในงบการเงิน
  • ขอสำเนาบันทึกคำให้การทุกครั้งที่ให้ถ้อยคำ และอ่านให้ครบก่อนลงลายมือชื่อ

สรรพากรตรวจเรื่องอะไรบ่อยที่สุด

  • รายจ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษี หรือมีใบกำกับที่รายการไม่ครบ ทั้งชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และรายการสินค้าหรือบริการ
  • รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวของกรรมการ เช่น ค่าเดินทาง ค่ารับรอง ค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายยานพาหนะ
  • เงินที่กรรมการนำออกจากบริษัทโดยมิได้บันทึกให้ชัดว่าเป็นเงินกู้ เงินเดือน หรือเงินปันผล ซึ่งแต่ละอย่างมีภาระภาษีต่างกัน
  • รายได้ที่รับเป็นเงินสดและมิได้บันทึกไว้ ซึ่งตรวจพบได้จากการเทียบยอดกับบัญชีธนาคารและสินค้าคงเหลือ
  • ราคาที่ใช้ในรายการระหว่างบริษัทในเครือ ซึ่งต้องเทียบเคียงได้กับราคาที่ทำกับบุคคลภายนอก
  • การใช้ผลขาดทุนสะสมยกมา ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลา

รายจ่ายแบบไหนที่สรรพากรยอมรับ

  • ใบกำกับภาษีที่มีรายการครบตามที่กฎหมายกำหนด
  • หลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการชำระผ่านบัญชีธนาคารของบริษัท
  • สัญญาหรือใบสั่งซื้อสำหรับรายการที่มีมูลค่าสูง
  • หลักฐานว่ารายจ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น รายงานการเดินทาง รายชื่อผู้เข้าร่วม หรือผลงานที่ได้รับ

ไม่เห็นด้วยกับยอดประเมิน อุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา และหากยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัย ก็ฟ้องต่อศาลภาษีอากรได้ต่อไป ทั้งสองขั้นมีกำหนดเวลาที่เคร่งครัด และการยื่นช้าเพียงวันเดียวทำให้เสียสิทธิโต้แย้งทั้งหมด

ในระหว่างอุทธรณ์ ภาระภาษีตามการประเมินยังคงอยู่ จึงควรพิจารณาเรื่องการวางประกันหรือการขอทุเลาการชำระประกอบกันไปด้วย

ควรเตรียมอะไรไว้ก่อนถูกตรวจ

  • แยกบัญชีธนาคารของบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัวของกรรมการโดยเด็ดขาด
  • บันทึกเงินที่กรรมการนำออกให้ถูกประเภทตั้งแต่วันที่นำออก
  • จัดเก็บเอกสารประกอบรายการเรียงตามลำดับและค้นคืนได้ ไม่น้อยกว่าห้าปีตามที่กฎหมายกำหนด
  • จัดทำสัญญาสำหรับรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันให้ครบทุกรายการ
  • ทบทวนรายจ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับทุกสิ้นเดือน มิใช่รอถึงสิ้นปี

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางภาษีสำหรับกิจการของท่าน อัตราภาษีและกำหนดเวลาเปลี่ยนแปลงได้ หากได้รับหนังสือแล้ว โปรดติดต่อสำนักงานก่อนวันนัด

ข้อมูลอ้างอิง

  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 19 ถึงมาตรา 27 ว่าด้วยอำนาจออกหมายเรียกและการประเมิน และมาตรา 30 ซึ่งกำหนดให้อุทธรณ์การประเมินภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน
  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี ว่าด้วยรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ
  • กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

ดูบทความทั้งหมด

ติดต่อเรา

ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

แจ้งรายละเอียดเรื่องของท่านมาได้ สำนักงานให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินเรื่องก่อน แล้วจึงแจ้งว่ารับดำเนินการให้ได้หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

โทรศัพท์
อีเมล
ที่อยู่
18/241 ซอยคู้บอน 27 แยก 35 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
ระบบลูกความ