Commit Legal Consultantกรุงเทพมหานคร · ประเทศไทย โทรศัพท์

สัญญาจ้างแรงงาน ข้อที่ต้องอ่านก่อนเซ็น

ข้อที่ให้ลูกจ้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่มีผล แม้ลงลายมือชื่อแล้ว นายจ้างที่ร่างสัญญาโดยไม่ทราบข้อนี้ จึงเสียเปรียบในวันที่เกิดข้อพิพาท

สัญญาจ้างแรงงานต่างจากสัญญาทางธุรกิจอื่น เพราะมีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดขั้นต่ำทับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ข้อใดที่ให้ลูกจ้างน้อยกว่าขั้นต่ำนั้น ย่อมไม่มีผล แม้ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันและลงลายมือชื่อไว้แล้วก็ตาม หน้าที่ของสัญญาจึงมีสองอย่าง คือกำหนดสิ่งที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ และทำให้สิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วชัดเจนขึ้นจนไม่ต้องเถียงกันภายหลัง

ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบบ่อยที่สุดคือ การทำสัญญาจ้างเป็นรายปี แล้วเข้าใจว่าเมื่อครบกำหนดย่อมสิ้นสุดลงเองโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ความจริงมิใช่เช่นนั้น ข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้นแคบมาก ใช้ได้เฉพาะงานบางลักษณะเท่านั้น หากเป็นงานปกติของธุรกิจ ต่อให้เขียนกำหนดเวลาไว้ก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง

สัญญาจ้างต้องดูข้อไหนก่อน

  • ตำแหน่ง ขอบเขตหน้าที่ และสถานที่ทำงาน การย้ายสถานที่ทำงานในภายหลังมีผลต่อสิทธิของลูกจ้าง จึงควรเขียนไว้ให้ชัด
  • ค่าจ้าง ต้องแยกให้ชัดว่ารายการใดเป็นค่าจ้าง รายการใดเป็นสวัสดิการ เพราะฐานค่าจ้างเป็นตัวคำนวณทั้งค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย และเงินสมทบต่าง ๆ รายการที่จ่ายประจำทุกเดือนโดยไม่มีเงื่อนไข โดยทั่วไปถือเป็นค่าจ้าง
  • ระยะเวลาทดลองงาน กฎหมายมิได้ยกเว้นค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างทดลองงาน ผู้ที่ทำงานครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแล้วถูกเลิกจ้าง ย่อมมีสิทธิได้ค่าชดเชย
  • สัญญามีกำหนดระยะเวลาหรือไม่มีกำหนด และถ้ามีกำหนด ต้องตรวจว่างานนั้นเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้จริงหรือไม่
  • เวลาทำงานปกติ วันหยุด และการทำงานล่วงเวลา ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราว ๆ ไป
  • ข้อห้ามไปทำงานกับคู่แข่งหลังพ้นสภาพ ต้องจำกัดทั้งระยะเวลา พื้นที่ และประเภทงานให้พอสมควรแก่กรณี มิฉะนั้นศาลจะบังคับให้เพียงเท่าที่สมควร
  • งานที่ลูกจ้างสร้างขึ้นระหว่างการจ้าง ทั้งงานอันมีลิขสิทธิ์และสิ่งประดิษฐ์ ว่าตกเป็นของฝ่ายใด ข้อนี้ถ้าไม่เขียนไว้ มักกลายเป็นข้อพิพาทเมื่อลูกจ้างลาออก
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่สัญญาอ้างถึง ต้องแนบมาหรือชี้ให้ชัดว่าอยู่ที่ใด เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการจ้าง
  • การหักค่าจ้างและค่าปรับ ซึ่งหักได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น

ข้อความในสัญญาจ้างที่เข้าใจผิดบ่อย

  • สัญญานี้มีกำหนดหนึ่งปี เมื่อครบกำหนดถือว่าสิ้นสุดลงโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ใช้ไม่ได้กับงานที่เป็นงานปกติของธุรกิจ ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่
  • ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหาย ความยินยอมล่วงหน้าเช่นนี้ไม่ทำให้หักได้ตามอำเภอใจ การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้
  • ลูกจ้างตกลงว่าเงินเดือนที่ได้รับรวมค่าล่วงเวลาแล้ว การเหมารวมเช่นนี้ไม่ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่จ่ายค่าล่วงเวลาตามจริง
  • บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง หน้าที่ และค่าจ้างได้ตามที่เห็นสมควร การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ลูกจ้างเสียเปรียบต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
  • ลูกจ้างห้ามประกอบอาชีพเดียวกันในราชอาณาจักรตลอดไป ข้อห้ามที่ไม่มีขอบเขต ศาลจะบังคับให้เพียงเท่าที่ไม่เกินสมควรเท่านั้น
  • ลูกจ้างสละสิทธิเรียกร้องใด ๆ ต่อนายจ้างไว้ล่วงหน้า ข้อตกลงที่ตัดสิทธิซึ่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ไว้ ย่อมไม่มีผล

ข้อไหนในสัญญาจ้างที่ไม่ควรเซ็น

  • ข้อที่ให้สิทธิน้อยกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย เพราะไม่มีผลอยู่แล้ว แต่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจผิดจนเกิดข้อพิพาทโดยไม่จำเป็น
  • การเรียกเงินประกันการทำงานหรือยึดเอกสารประจำตัวของลูกจ้างไว้ ซึ่งทำได้เฉพาะงานบางลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
  • ข้อห้ามแข่งขันที่ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีขอบเขตพื้นที่ และไม่มีค่าตอบแทน
  • การให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในใบลาออกล่วงหน้าไว้ตั้งแต่วันเริ่มงาน
  • ข้อกำหนดให้ลูกจ้างรับผิดในความเสียหายทุกกรณี โดยไม่แยกว่าเกิดจากความจงใจ ความประมาทเลินเล่อ หรือความเสี่ยงปกติของงาน

สัญญาจ้างไม่ได้เขียนไว้ กฎหมายให้อะไรบ้าง

  • ข้อตกลงที่ให้ลูกจ้างได้น้อยกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ ไม่มีผลบังคับ แม้ลูกจ้างจะลงลายมือชื่อยินยอมแล้วก็ตาม
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น
  • วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละหกวันทำงานเมื่อทำงานครบหนึ่งปี
  • ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยได้รับค่าจ้างไม่เกินสามสิบวันทำงานต่อปี และลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่าปีละสามวันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง
  • ลูกจ้างซึ่งตั้งครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน โดยรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ และได้รับค่าจ้างจากนายจ้างหกสิบวัน อัตรานี้เพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568
  • การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน และจ่ายไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน
  • นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และประกาศให้ลูกจ้างทราบ
  • เมื่อเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงาน เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าไม่ต้องจ่าย ซึ่งนายจ้างต้องระบุเหตุไว้ตั้งแต่วันบอกเลิกจ้าง

ก่อนเซ็นสัญญาจ้าง ต้องเช็กอะไรบ้าง

  • ตรวจว่าสัญญาระบุวันเริ่มงาน ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน และค่าจ้างครบถ้วน
  • ไล่ดูรายการเงินทุกรายการว่าตกลงกันว่าเป็นค่าจ้างหรือสวัสดิการ
  • ขอข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานมาอ่านพร้อมกัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการจ้าง
  • ถ้าเป็นสัญญามีกำหนดระยะเวลา ให้ตรวจว่างานนั้นเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายจริงหรือไม่
  • ตรวจข้อห้ามแข่งขันว่ามีกำหนดเวลา ขอบเขตพื้นที่ และประเภทงานที่ชัดเจน
  • ตรวจว่าใครเป็นเจ้าของงานที่จะสร้างขึ้นระหว่างการจ้าง
  • นายจ้าง เก็บหลักฐานการส่งมอบสัญญาและข้อบังคับให้ลูกจ้างไว้ด้วย
  • ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า และเก็บคู่ฉบับไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด

บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อสัญญาของท่าน และมิได้เป็นการให้ตัวแบบสัญญาไปใช้เอง ข้อที่เหมาะสมต่างกันตามลักษณะกิจการและตำแหน่งงาน ส่งร่างสัญญาและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานมาให้สำนักงานตรวจได้

ข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 นิยามค่าจ้าง มาตรา 10 ข้อห้ามเรียกหลักประกันการทำงาน มาตรา 20 การนับระยะเวลาทำงาน มาตรา 28 ถึงมาตรา 30 วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 32 ถึงมาตรา 34 การลาป่วย และการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น มาตรา 41 การลาเพื่อคลอดบุตรหนึ่งร้อยยี่สิบวัน มาตรา 59 ค่าจ้างระหว่างลาคลอดหกสิบวัน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับวันที่ 7 ธันวาคม 2568 มาตรา 61 อัตราค่าล่วงเวลา และมาตรา 76 การหักค่าจ้าง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 หน้าที่จัดทำข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป และมาตรา 118 ค่าชดเชย ซึ่งวรรคสามและวรรคสี่กำหนดข้อยกเว้นสำหรับ สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้อย่างจำกัด
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะจ้างแรงงาน มาตรา 575 ถึงมาตรา 586
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ซึ่งกำหนดให้ข้อตกลงจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพมีผลบังคับได้ เพียงเท่าที่ไม่เกินสมควร
  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ดูบทความทั้งหมด

ติดต่อเรา

ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

แจ้งรายละเอียดเรื่องของท่านมาได้ สำนักงานให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินเรื่องก่อน แล้วจึงแจ้งว่ารับดำเนินการให้ได้หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

โทรศัพท์
อีเมล
ที่อยู่
18/241 ซอยคู้บอน 27 แยก 35 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
ระบบลูกความ