ความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงเป็นข้อพิพาทที่พบบ่อยที่สุดของงานก่อสร้างในเมือง แรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม การขุดดินทำชั้นใต้ดิน และการสูบน้ำใต้ดิน ล้วนทำให้ดินรอบไซต์งานเคลื่อนตัวได้ ผลที่ตามมาคือผนังร้าว พื้นทรุด ประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท และบางกรณีโครงสร้างเสียหายจนอยู่อาศัยไม่ได้
บทความนี้ตอบทั้งสองฝั่ง ฝั่งเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย และฝั่งเจ้าของโครงการกับผู้รับเหมา ที่ควรเตรียมตัวก่อนลงเสาเข็มต้นแรก
ผู้รับเหมาทำบ้านข้าง ๆ เสียหาย ต้องเรียกจากใคร
ผู้ที่ต้องรับผิดโดยตรงคือผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ได้แก่ผู้รับเหมา ซึ่งทำงานโดยประมาทเลินเล่อจนทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ถ้างานส่วนนั้นทำโดยผู้รับเหมาช่วง ผู้รับเหมาช่วงก็อาจต้องรับผิดด้วย
ส่วนเจ้าของโครงการซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง กฎหมายวางหลักไว้ว่า ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นแก่บุคคลภายนอก ระหว่างทำงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อไปนี้
- ผิดในงานที่สั่งให้ทำ เช่น สั่งให้ใช้วิธีก่อสร้างที่เสี่ยงต่อบ้านข้างเคียง
- ผิดในคำสั่งที่ให้ไว้ เช่น สั่งให้เร่งงานจนข้ามขั้นตอนป้องกัน
- ผิดในการเลือกผู้รับจ้าง เช่น จ้างผู้รับเหมาที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีเครื่องมือ สำหรับงานลักษณะนั้น
ศาลฎีกาเคยให้เจ้าของโครงการอาคารสูงร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาตอกเสาเข็ม เพราะเจ้าของโครงการเลือกให้ตอกเสาเข็มด้วยปั้นจั่นยกแท่งเหล็ก ทั้งที่รู้ดีว่าจะทำให้ที่ดินข้างเคียงสั่นสะเทือนอย่างแรง และการที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างจากทางราชการแล้ว ก็ไม่ทำให้พ้นความรับผิด อีกคดีหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ว่าเจ้าของโครงการจะจ้างใครเข้ามาตอกเสาเข็ม เจ้าของโครงการก็ยังมีฐานะเป็นผู้ว่าจ้าง และอยู่ในบังคับของหลักความรับผิดของผู้ว่าจ้างเช่นเดิม
ในทางปฏิบัติ ผู้เสียหายมักฟ้องทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการไปพร้อมกัน แล้วให้ศาลวินิจฉัยว่าใครต้องรับผิดเพียงใด เพราะผู้เสียหายไม่ได้เห็นสัญญาหรือคำสั่งระหว่างสองฝ่ายนั้น
ยังไม่มีอะไรพัง แต่เสียงและฝุ่นจนอยู่ไม่ได้ ทำอะไรได้บ้าง
กฎหมายคุ้มครองเจ้าของที่ดินจากการใช้ที่ดินข้างเคียง ที่ก่อความเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติ เช่น เสียง ฝุ่น หรือแรงสั่นสะเทือนที่เกินกว่าการก่อสร้างทั่วไป เจ้าของบ้านข้างเคียงมีสิทธิขอให้ยุติความเดือดร้อนนั้น และเรียกค่าทดแทนได้
การก่อสร้างย่อมมีเสียงและฝุ่นอยู่บ้าง ประเด็นจึงอยู่ที่ระดับ ว่าเกินกว่าที่คนทั่วไปควรต้องอดทนหรือไม่ เช่น ทำงานกลางดึก ไม่มีผ้าใบกันฝุ่น หรือสั่นสะเทือนจนของในบ้านตกลงมา นอกจากการเรียกร้องทางแพ่งแล้ว ยังร้องเรียนต่อสำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างในพื้นที่ได้ด้วย
เจ้าของบ้านต้องเก็บหลักฐานอะไร
ข้อโต้แย้งหลักของฝ่ายผู้รับเหมาคือ รอยร้าวมีอยู่ก่อนแล้ว หรือเกิดจากความเสื่อมของบ้านเอง หลักฐานที่ชนะข้อโต้แย้งนี้ได้คือ
- ภาพถ่ายบ้านก่อนเริ่มงานก่อสร้าง ถ้ามี เช่น ภาพเก่าในโทรศัพท์ที่มีวันที่กำกับ
- ภาพและวิดีโอรอยร้าวทุกจุด พร้อมวัตถุเทียบขนาด และถ่ายซ้ำเป็นระยะ เพื่อแสดงว่ารอยร้าวขยายตามความคืบหน้าของงาน
- บันทึกวันเวลาที่มีการตอกเสาเข็มหรือขุดดิน และวันที่พบรอยร้าวใหม่
- รายงานของวิศวกรที่ตรวจบ้าน ระบุสาเหตุและวิธีซ่อม พร้อมประมาณราคา
- หนังสือที่แจ้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ และคำตอบที่ได้รับ
ควรแจ้งเป็นหนังสือถึงทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการตั้งแต่พบความเสียหายครั้งแรก ขอให้หยุดหรือปรับวิธีทำงาน และขอให้เข้ามาตรวจร่วมกัน โครงการขนาดใหญ่มักมีประกันภัยที่คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การแจ้งเร็วช่วยให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบริษัทประกันได้เร็วขึ้น
เรียกค่าเสียหายได้ภายในกี่ปี
สิทธิเรียกค่าเสียหายจากการทำละเมิดมีอายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่ต้องรับผิด และไม่เกินสิบปีนับแต่วันทำละเมิด ระยะหนึ่งปีนี้สั้นมาก เจ้าของบ้านที่รอให้โครงการสร้างเสร็จก่อนค่อยเรียกร้อง อาจพบว่าเสียสิทธิไปแล้ว
เจ้าของโครงการและผู้รับเหมา ควรป้องกันอย่างไรก่อนเริ่มงาน
ข้อพิพาทกับบ้านข้างเคียงทำให้งานหยุดและเสียชื่อเสียงของโครงการ การป้องกันตั้งแต่ก่อนเริ่มงานต้นทุนต่ำกว่ามาก
- สำรวจและถ่ายภาพสภาพอาคารข้างเคียงก่อนเริ่มงาน เชิญเจ้าของบ้านร่วมตรวจและลงลายมือชื่อในบันทึก
- เลือกวิธีทำฐานรากที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ เช่น เสาเข็มเจาะแทนเสาเข็มตอก ในพื้นที่ที่บ้านข้างเคียงอยู่ชิด
- ทำประกันภัยที่คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และตรวจวงเงินให้พอกับลักษณะพื้นที่
- เขียนสัญญาจ้างให้ชัดว่าผู้รับเหมาต้องรับผิดและชดใช้คืน ถ้าเจ้าของโครงการต้องจ่ายค่าเสียหายให้บุคคลภายนอก
- ตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากเพื่อนบ้าน และตอบภายในเวลาที่แน่นอน
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน ความรับผิดของผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐานเป็นราย ๆ ไป หากบ้านได้รับความเสียหายจากงานก่อสร้างข้างเคียง ควรส่งภาพถ่ายและรายงานของวิศวกรมาให้สำนักงานพิจารณาโดยเร็ว เพราะอายุความสั้น
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ความรับผิดเพื่อละเมิด และมาตรา 448 อายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือสิบปีนับแต่วันทำละเมิด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิด เพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเดือดร้อน เกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติ มีสิทธิปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป ทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2539 ผู้ว่าจ้างเลือกวิธีตอกเสาเข็มด้วยปั้นจั่นยกแท่งเหล็ก ทั้งที่ตระหนักว่าจะกระทบที่ดินข้างเคียง เป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำตามมาตรา 428 ต้องรับผิดร่วมกับผู้รับจ้างที่ประมาทเลินเล่อ แม้ได้รับอนุญาตก่อสร้างแล้ว
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558 ไม่ว่าจะจ้างผู้ใดตอกเสาเข็ม เจ้าของโครงการยังคงมีฐานะผู้ว่าจ้าง อยู่ในบังคับมาตรา 428
- พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการควบคุมการก่อสร้าง
- สำนักงานศาลยุติธรรม