เมื่อเจ้าของทรัพย์ถึงแก่ความตาย มรดกตกทอดแก่ทายาทในวันนั้นทันที แต่การใช้สิทธิกับบุคคลภายนอกเป็นคนละเรื่องกัน ธนาคารจะไม่จ่ายเงินในบัญชีให้ผู้ใด สำนักงานที่ดินจะไม่รับจดทะเบียนโอน และนายทะเบียนจะไม่โอนทะเบียนรถ จนกว่าจะมีผู้มีอำนาจตามกฎหมายมาแสดงตัวพร้อมคำสั่งศาล ผู้นั้นคือผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีที่มาสองทาง คือผู้ที่เจ้ามรดกตั้งไว้ในพินัยกรรม กับผู้ที่ศาลมีคำสั่งตั้ง ในทางปฏิบัติ แม้จะมีชื่ออยู่ในพินัยกรรมแล้ว หน่วยงานส่วนใหญ่ยังขอให้มีคำสั่งศาลประกอบอยู่ดี การยื่นคำร้องต่อศาลจึงเป็นขั้นตอนที่แทบทุกกองมรดกต้องผ่าน และเป็นขั้นตอนที่เริ่มได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด เพราะไม่ต้องรอให้ทายาทตกลงเรื่องส่วนแบ่งกันเสียก่อน
ใครยื่นคำร้องได้ และยื่นที่ศาลใด
- ทายาทของเจ้ามรดก ไม่ว่าจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม
- ผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก เช่น ผู้เป็นเจ้าของรวมในทรัพย์ชิ้นเดียวกัน
- พนักงานอัยการ ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดร้องขอ
คำร้องต้องยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้นในขณะถึงแก่ความตาย มิใช่ศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่ และมิใช่ศาลที่ใกล้บ้านผู้ร้อง ถ้าเจ้ามรดกมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาลนั้น การยื่นผิดศาลทำให้เสียเวลาไปหลายเดือน ส่วนลำดับทายาทและสัดส่วนที่แต่ละคนได้รับ อธิบายไว้ในบทความเรื่องมรดกเมื่อไม่มีพินัยกรรม
ผู้ที่กฎหมายห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก
- ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
- บุคคลวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
- บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย
นอกจากข้อห้ามข้างต้น ศาลยังพิเคราะห์ความเหมาะสมประกอบด้วย หากทายาทขัดแย้งกันรุนแรง ศาลอาจตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันหลายคน หรือตั้งบุคคลภายนอกที่เป็นกลาง การตั้งหลายคนทำให้ตรวจสอบกันได้ แต่ทำให้การจัดการช้าลง เพราะต้องดำเนินการร่วมกันตามเสียงข้างมาก และต้องนัดหมายกันทุกครั้งที่ติดต่อหน่วยงาน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก และทะเบียนบ้านที่จำหน่ายรายการเพราะเหตุตายแล้ว
- บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้อง
- เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับเจ้ามรดก เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุล
- บัญชีเครือญาติที่แสดงทายาททุกคนตามลำดับ
- หนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งช่วยให้การไต่สวนสั้นลงมาก
- บัญชีทรัพย์มรดกพร้อมหลักฐานของทรัพย์แต่ละรายการ เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก ใบหุ้น และทะเบียนรถ
- พินัยกรรมฉบับจริง ถ้ามี
สิ่งที่ทำให้ล่าช้าที่สุดมิใช่ตัวคำร้อง แต่เป็นเอกสารแสดงความสัมพันธ์ที่ขาดหาย เช่น เจ้ามรดกเปลี่ยนชื่อสกุลหลายครั้ง ทะเบียนบ้านฉบับเก่าเป็นแบบเขียนด้วยลายมือจนอ่านไม่ออก หรือทายาทบางคนอยู่ต่างประเทศและติดต่อไม่ได้ การเริ่มรวบรวมเอกสารตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าการเร่งยื่นคำร้อง เอกสารที่ต้องขอจากทางราชการบางรายการใช้เวลาเป็นสัปดาห์
ระยะเวลาและหน้าที่หลังได้รับแต่งตั้ง
กรอบเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณคดีของแต่ละศาลและความครบถ้วนของเอกสาร โดยทั่วไปเมื่อยื่นคำร้องแล้ว ศาลจะกำหนดวันนัดไต่สวน หากไม่มีผู้ใดคัดค้าน การไต่สวนมักเสร็จสิ้นในนัดเดียว จากนั้นยังต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน จึงจะคัดสำเนาคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ไปแสดงต่อธนาคารและสำนักงานที่ดินได้ ถ้ามีทายาทยื่นคำคัดค้าน คดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาท และใช้เวลานานกว่านั้นมาก
เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมาย มิใช่มีเพียงอำนาจ และต้องรับผิดเป็นส่วนตัวหากละเลย
- ลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้ง และทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน โดยมีพยานอย่างน้อยสองคน
- จัดการมรดกให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปี เว้นแต่ทายาทหรือศาลจะขยายเวลาให้
- รวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้ของกองมรดก แล้วจึงแบ่งปันให้ทายาทตามส่วน การแบ่งก่อนชำระหนี้ทำให้ผู้จัดการมรดกเสี่ยงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้
- ไม่นำทรัพย์มรดกไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และไม่ทำนิติกรรมที่ตนเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่พินัยกรรมจะอนุญาตไว้ หรือได้รับอนุญาตจากศาล
ผู้จัดการมรดกที่ละเลยหน้าที่ ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้ถอนและตั้งผู้อื่นแทนได้ ทั้งนี้ต้องยื่นคำร้องก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้น หากแบ่งทรัพย์ไปหมดแล้ว คงเหลือทางฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกภายในห้าปี และผู้นั้นอาจต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายที่เกิดแก่กองมรดก คดีที่ทายาทฟ้องผู้จัดการมรดกเกี่ยวกับการจัดการมรดก มีอายุความห้าปีนับแต่วันที่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ทายาทที่สงสัยว่ามีการจัดการไม่ถูกต้องจึงไม่ควรรอนานเกินไป
บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน เอกสารที่แต่ละกองมรดกต้องใช้ต่างกันตามจำนวนทายาท ประเภทของทรัพย์ และความครบถ้วนของทะเบียนราษฎร ส่งรายการทรัพย์และผังเครือญาติเข้ามาได้ สำนักงานจะชี้แจงให้ว่าต้องยื่นที่ศาลใดและต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก มาตรา 1711 ที่มาของผู้จัดการมรดก มาตรา 1713 ผู้มีสิทธิร้องขอและเหตุที่ร้องขอได้ และมาตรา 1718 บุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 หน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดก มาตรา 1722 ข้อห้ามทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก และมาตรา 1727 การร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1728 และมาตรา 1729 การจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก มาตรา 1732 กำหนดหนึ่งปีในการจัดการมรดก และมาตรา 1733 อายุความห้าปีของคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา ศาลที่มีเขตอำนาจรับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5912/2539 ภูมิลำเนาของเจ้ามรดกพิจารณาจากถิ่นที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญตามความเป็นจริง มิใช่เพียงทะเบียนบ้าน เจ้ามรดกที่อยู่กินกับผู้ร้องเป็นเวลานานในจังหวัดหนึ่งย่อมมีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นด้วย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลในเขตนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2561 (ประชุมใหญ่) คำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1727 ต้องยื่นก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น เมื่อผู้จัดการมรดกปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแล้ว แม้จะอ้างว่าผู้จัดการมรดกทุจริตหรือโอนทรัพย์ให้ผู้ไม่มีสิทธิ ก็ร้องขอถอนไม่ได้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7036/2557 ตราบใดที่ผู้จัดการมรดกยังมิได้แบ่งปันทรัพย์มรดกหรือการแบ่งปันยังไม่แล้วเสร็จ ถือว่าทรัพย์มรดกอยู่ระหว่างการจัดการมรดก ทายาทเรียกให้ผู้จัดการมรดกแบ่งปันได้เมื่อใดก็ได้ และไม่อยู่ในบังคับอายุความมรดกตามมาตรา 1754
- สำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- กรมที่ดิน สำหรับการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก