Commit Legal Consultantกรุงเทพมหานคร · ประเทศไทย โทรศัพท์

ฟ้องแบ่งมรดก อายุความกี่ปี ฟ้องผู้จัดการมรดกที่ไม่แบ่งได้ไหม

ทายาทจำนวนมากรอให้ญาติแบ่งมรดกให้เองจนพ้นกำหนดหนึ่งปี แล้วจึงทราบว่าสิทธิฟ้องอาจขาดไปแล้ว ขณะที่บางกรณียังฟ้องได้แม้ผ่านไปเกินสิบปี

เรื่องมรดกที่ลงเอยในศาลมักเริ่มจากความเกรงใจ ทายาทคนหนึ่งถือโฉนดหรือดูแลกิจการของผู้ตายไว้ ทายาทคนอื่นไม่อยากเร่งเพราะเป็นพี่น้องกัน เวลาผ่านไปหลายปี ทรัพย์บางรายการถูกโอนเป็นชื่อของผู้ถือไว้ เมื่อมีการทวงถาม อีกฝ่ายจึงยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้

กฎหมายมรดกมีกำหนดเวลาหลายชุดซ้อนกันอยู่ ชุดใดใช้บังคับขึ้นอยู่กับสองคำถาม คือทายาทผู้ฟ้องยังครอบครองทรัพย์นั้นอยู่หรือไม่ และคดีนั้นเป็นการเรียกมรดกจากทายาทด้วยกัน หรือเป็นการฟ้องผู้จัดการมรดกที่จัดการไม่ถูกต้อง การตอบสองคำถามนี้ให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าการเร่งยื่นฟ้อง

ฟ้องแบ่งมรดก อายุความหนึ่งปีนับจากวันไหน

หลักทั่วไปของคดีมรดกคือต้องฟ้องภายในหนึ่งปี กำหนดเวลานี้นับได้หลายจุดตามประเภทของผู้ฟ้อง และมีเพดานสูงสุดกำกับไว้อีกชั้นหนึ่ง

  • ทายาทโดยธรรม ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่วันที่ทราบหรือควรได้ทราบถึงความตายของเจ้ามรดก
  • ผู้รับพินัยกรรม ต้องฟ้องเรียกตามพินัยกรรมภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ทราบหรือควรได้ทราบถึงสิทธิของตนตามพินัยกรรม
  • เจ้าหนี้ของเจ้ามรดกซึ่งเดิมมีอายุความยาวกว่าหนึ่งปี ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทราบหรือควรได้ทราบถึงความตายของลูกหนี้
  • ไม่ว่ากรณีใด ห้ามฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตาย

ผู้ที่ยกอายุความหนึ่งปีขึ้นต่อสู้ได้มีเพียงทายาท ผู้ที่ใช้สิทธิของทายาท และผู้จัดการมรดก และศาลจะยกฟ้องเพราะเหตุขาดอายุความเองไม่ได้ หากจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ อีกเรื่องที่ทายาทมักไม่ทราบ คือศาลไม่มีอำนาจเรียกทายาทที่มิได้เป็นคู่ความ เข้ามารับส่วนแบ่ง และไม่กันส่วนไว้ให้ ทายาทแต่ละคนจึงต้องเข้ามาเรียกร้องส่วนของตนเอง จะรอให้พี่น้องที่ฟ้องไว้ก่อนเรียกแทนไม่ได้

ครอบครองที่ดินมรดกร่วมกันอยู่ ฟ้องแบ่งเกินสิบปีได้ไหม

ได้ ถ้าทรัพย์นั้นยังมิได้แบ่งกัน และทายาทผู้ฟ้องยังครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ กฎหมายให้ทายาทผู้ครอบครองเรียกให้แบ่งได้แม้พ้นกำหนดอายุความมรดกแล้ว การครอบครองนี้รวมถึงกรณีที่ทายาทคนอื่นหรือผู้จัดการมรดก ถือครองทรัพย์ไว้แทนทายาททั้งหมดด้วย ระหว่างที่ยังไม่แบ่ง ทายาททุกคนมีสิทธิในทรัพย์มรดกร่วมกัน และใช้หลักเรื่องกรรมสิทธิ์รวมบังคับ ข้อตกลงที่ห้ามมิให้เรียกแบ่งก็ทำได้คราวละไม่เกินสิบปี

ข้อที่ต้องระวังคือหลักนี้ใช้เป็นรายทรัพย์ มิใช่ทั้งกองมรดก ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยในคดีที่เจ้ามรดกมีที่ดินสองแปลง แปลงที่ทายาทผู้ฟ้องครอบครองอยู่ ฟ้องแบ่งได้แม้เกินสิบปี แต่แปลงที่ทายาทผู้ฟ้องมิได้ครอบครองเลย ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีหรือสิบปีตามหลักทั่วไป เมื่อฟ้องเกินสิบปี คดีส่วนแปลงนั้นจึงขาดอายุความ

  • จัดทำรายการทรัพย์มรดกทุกชิ้น และระบุว่าผู้ใดครอบครองหรือใช้ประโยชน์อยู่
  • เก็บหลักฐานการครอบครอง เช่น การอยู่อาศัย การเก็บค่าเช่า การเสียภาษีที่ดิน หรือหนังสือที่ทายาทอีกฝ่ายยอมรับว่าถือไว้แทน
  • ทรัพย์ที่ตนมิได้ครอบครอง ให้นับกำหนดหนึ่งปีและสิบปีไว้แยกต่างหาก

ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่ง หรือโอนมรดกเป็นชื่อตัวเอง ฟ้องอย่างไร

คดีที่ทายาทฟ้องผู้จัดการมรดกเพราะจัดการไม่ถูกต้อง เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ซึ่งเป็นคนละประเภทกับคดีมรดกทั่วไป และมีกำหนดเวลาของตนเอง คือห้ามทายาทฟ้องเกินห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทเช่นเดียวกับตัวแทนที่รับผิดต่อตัวการ จึงต้องส่งมอบทรัพย์ แสดงบัญชี และรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อขึ้น

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากผู้จัดการมรดกปกปิดทายาทบางคนตั้งแต่ตอนยื่นคำร้อง แล้วโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองเพียงผู้เดียวโดยไม่แจ้งทายาท การกระทำนั้นไม่ชอบ จะถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดแล้วไม่ได้ ผู้จัดการมรดกยังครอบครองทรัพย์แทนทายาทอื่นและยังมีหน้าที่ต้องแบ่ง คดีจึงไม่ขาดอายุความ แม้โอนไปเกินห้าปีและฟ้องพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี ผลนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดีมาก ถ้าผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์และทำบัญชีแจ้งทายาทครบถ้วนแล้ว กำหนดห้าปีเริ่มนับ และทายาทที่รอจนพ้นกำหนดอาจเสียสิทธิได้จริง

ฟ้องแบ่งมรดก หรือร้องถอนผู้จัดการมรดก เลือกทางไหนดี

สองทางนี้แก้ปัญหาคนละชั้น และหลายกรณีต้องใช้ทั้งสองทางควบคู่กัน

  • คำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ยื่นในคดีที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดกไว้ เหมาะเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในกองมรดกแต่ผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่ ต้องยื่นก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น และผลที่ได้คือผู้จัดการมรดกคนใหม่ มิใช่การคืนทรัพย์โดยตรง
  • การฟ้องเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก เหมาะเมื่อทรัพย์ถูกโอนออกไปแล้ว หรือผู้จัดการมรดกแบ่งไม่ถูกส่วน เพื่อขอให้เพิกถอนการโอน แบ่งทรัพย์ หรือชดใช้ความเสียหาย
  • การฟ้องแบ่งมรดกระหว่างทายาทด้วยกัน เหมาะเมื่อไม่มีผู้จัดการมรดก หรือทายาทคนหนึ่งถือทรัพย์ไว้ในฐานะทายาท โดยต้องพิจารณากำหนดหนึ่งปี สิบปี และหลักเรื่องการครอบครองข้างต้น

ส่วนทายาทที่ตกลงแบ่งมรดกกันเองได้ ควรทำให้ถูกแบบ การแบ่งทำได้โดยต่างคนเข้าครอบครองทรัพย์เป็นส่วนสัด หรือขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน ถ้าแบ่งด้วยการทำสัญญา ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องบังคับไม่ได้ ขั้นตอนการตั้งผู้จัดการมรดกและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก อธิบายไว้ในบทความเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดก ส่วนลำดับทายาทและส่วนแบ่งอธิบายไว้ในบทความเรื่องมรดกเมื่อไม่มีพินัยกรรม

บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน การนับอายุความในคดีมรดกขึ้นอยู่กับวันที่ทราบความตาย ผู้ครอบครองทรัพย์แต่ละรายการ และสถานะของการจัดการมรดก ซึ่งต่างกันไปในแต่ละครอบครัว ส่งวันที่เจ้ามรดกตาย รายการทรัพย์ และสำเนาคำสั่งศาลถ้ามี เข้ามาได้ สำนักงานจะชี้แจงให้ว่ากำหนดเวลาใดใช้บังคับและควรเริ่มจากทางใด

ข้อมูลอ้างอิง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 อายุความหนึ่งปีของคดีมรดก คดีตามข้อกำหนดพินัยกรรม และสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ กับกำหนดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย และมาตรา 1755 ผู้มีสิทธิยกอายุความหนึ่งปีขึ้นต่อสู้
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1745 สิทธิของทายาทในทรัพย์มรดกร่วมกันจนกว่าจะแบ่งเสร็จ มาตรา 1748 สิทธิของทายาทผู้ครอบครองที่จะเรียกให้แบ่งแม้พ้นอายุความ และมาตรา 1749 การร้องสอดของทายาทในคดีเรียกทรัพย์มรดก
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วิธีแบ่งปันทรัพย์มรดก และหลักฐานเป็นหนังสือของการแบ่งโดยสัญญา
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1720 ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาท มาตรา 1727 การร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดก และมาตรา 1733 วรรคสอง อายุความห้าปีของคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/29 ศาลยกอายุความขึ้นเป็นเหตุยกฟ้องเองไม่ได้ หากมิได้ยกขึ้นต่อสู้
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566 ทายาทผู้ครอบครองที่ดินมรดกที่ยังมิได้แบ่ง ฟ้องแบ่งได้แม้เกินสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย แต่ที่ดินแปลงที่ทายาทมิได้ครอบครอง ต้องฟ้องภายในกำหนดหนึ่งปีหรือสิบปีตามมาตรา 1754 เมื่อฟ้องเกินสิบปีจึงขาดอายุความ
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2565 คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกกับคดีมรดกเป็นคนละประเภทกัน ผู้จัดการมรดกที่ปกปิดทายาทและโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองเพียงผู้เดียว ถือว่าการจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลง จึงนำอายุความตามมาตรา 1733 วรรคสอง และมาตรา 1754 มาใช้บังคับไม่ได้
  • สำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับคดีมรดกและคดีจัดการมรดก

ดูบทความทั้งหมด

ติดต่อเรา

ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

แจ้งรายละเอียดเรื่องของท่านมาได้ สำนักงานให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินเรื่องก่อน แล้วจึงแจ้งว่ารับดำเนินการให้ได้หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

โทรศัพท์
อีเมล
ที่อยู่
18/241 ซอยคู้บอน 27 แยก 35 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
ระบบลูกความ