เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามประกาศ ขยายเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้งห้าสิบเขต โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 จากเดิมที่ประกาศไว้สามเขตคือหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว ประกาศฉบับนี้มิใช่เรื่องเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นเงื่อนไขทางกฎหมายที่เปิดให้หน่วยงานเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือได้ และเปิดให้ผู้ประสบภัยยื่นคำร้องได้
สิ่งที่ผู้เสียหายมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคิดว่ามีทางเดียว คือรอเงินเยียวยาจากรัฐ ความจริงมีอย่างน้อยห้าทางที่แยกจากกัน แต่ละทางมีผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา และหลักฐานคนละชุด และบางทางใช้พร้อมกันได้โดยไม่ตัดสิทธิกัน ผู้ที่รอทางเดียวจนพ้นกำหนดของทางอื่น จึงเสียสิทธิไปโดยไม่รู้ตัว
ประกาศเขตภัยพิบัติสำคัญอย่างไร
กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้อำนาจผู้อำนวยการในพื้นที่ ประกาศให้ท้องที่ใดเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยได้ ผลของประกาศคือทำให้หน่วยงานนำเงินทดรองราชการออกมาช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณตามปกติ
- ไม่มีประกาศ แปลว่ายังไม่มีช่องให้เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบ
- มีประกาศแล้ว ผู้ที่อยู่ในเขตนั้นและได้รับความเสียหายจริง จึงยื่นคำร้องได้
- ประกาศระบุวันที่มีผลไว้ ความเสียหายที่เกิดก่อนหน้านั้นอาจต้องแยกพิจารณา จึงควรบันทึกวันเวลาที่น้ำเข้าบ้านไว้ให้ชัด
ข้อควรทราบคือเงินตามระเบียบนี้มีลักษณะเป็นการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย มิใช่ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย จึงไม่ครอบคลุมความเสียหายเต็มจำนวน และการรับเงินส่วนนี้ไม่ตัดสิทธิที่จะเรียกร้องจากผู้ที่ต้องรับผิดทางแพ่ง
ขอเงินช่วยเหลือได้เท่าไร ยื่นที่ไหน
ผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานครขอเงินได้สองระบบ ทั้งสองระบบแยกจากกันและยังไม่เชื่อมข้อมูลถึงกัน ยื่นระบบหนึ่งแล้วไม่ถือว่าได้ยื่นอีกระบบ ผู้ที่เข้าเงื่อนไขทั้งสองระบบจึงต้องยื่นทั้งสองทาง
ระบบแรกคือเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในฤดูฝน พ.ศ. 2569 ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้จ่าย ยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 และเปิดครบทั้งห้าสิบเขตของกรุงเทพมหานครแล้ว หรือจะไปยื่นที่สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านก็ได้
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมตั้งแต่เจ็ดวันขึ้นไป ครัวเรือนละเก้าพันบาท
- ที่อยู่อาศัยประจำหรือห้องในอาคารสูงถูกน้ำล้อม ครัวเรือนละห้าพันบาท
- บ้านหนึ่งหลังลงทะเบียนได้ครั้งเดียว ระบบตรวจซ้ำด้วยรหัสประจำบ้าน ถ้าคนในบ้านยื่นไปแล้ว ระบบจะแจ้งว่าบ้านหลังนั้นลงทะเบียนแล้ว
หลังยื่นแล้วให้ติดตามสถานะในแอปทางรัฐ ถ้าขึ้นว่า "ส่งคืนเพื่อแก้ไข" แปลว่าข้อมูลไม่ครบหรือเลือกสำนักงานเขตผิด ให้เข้าไปแก้ในแอปแล้วกดส่งใหม่ ถ้าขึ้นว่า "ไม่อนุมัติ" หรือ "มีผู้ลงทะเบียนแล้ว" ยังไม่ได้แปลว่าหมดสิทธิ เพราะผู้ที่ไม่ได้รับเงินมีสิทธิอุทธรณ์ ให้ตรวจกับคนในบ้านก่อนว่ามีใครยื่นแทนไปแล้วหรือไม่ ถ้าไม่มี หรือเห็นว่าบ้านอยู่ในเขตที่ประกาศและเสียหายจริง ให้ไปยื่นอุทธรณ์ที่สำนักงานเขต พร้อมภาพถ่ายความเสียหายและหลักฐานว่าพักอาศัยอยู่จริง
กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองกำหนดให้อุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหน้าที่ ภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้ง จึงไม่ควรรอ ควรยื่นทันทีที่เห็นผล และทำเป็นหนังสือ ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาข้อใดและเพราะเหตุใด เก็บสำเนาที่มีตราลงรับของสำนักงานเขตไว้ ถ้าอุทธรณ์แล้วยังไม่ได้ ยังฟ้องศาลปกครองได้
ระบบที่สองคือเงินช่วยเหลือที่กรุงเทพมหานครจ่ายตามความเสียหายจริง ยื่นทางเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือยื่นที่สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้าน ซึ่งเปิดรับทุกวันรวมวันหยุด กรุงเทพมหานครประกาศเพดานไว้ดังนี้
- ค่าซ่อมแซมบ้านหรือที่พักอาศัย ตามความเสียหายจริง หลังละไม่เกินแปดหมื่นแปดพันหกร้อยบาท
- ค่าเช่าที่พักชั่วคราว ไม่เกินเดือนละสามพันบาท ไม่เกินสองเดือน
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ครัวเรือนละไม่เกินหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยบาท
- ค่าดำรงชีพเบื้องต้น บ้านเสียหายทั้งหลังสามพันแปดร้อยบาท เสียหายบางส่วนหนึ่งพันเก้าร้อยบาท
- ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอกไม่เกินสองพันบาท ผู้ป่วยในไม่เกินสี่พันบาท
- เงินปลอบขวัญกรณีได้รับบาดเจ็บ รายละสองพันสามร้อยบาท
- ค่าจัดการศพ รายละไม่เกินสามหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยบาท ถ้าผู้เสียชีวิตเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว อาจได้เงินสงเคราะห์เพิ่มอีกไม่เกินสามหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยบาท
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพดาน ไม่ใช่เงินเหมาจ่ายให้ทุกบ้าน เจ้าหน้าที่พิจารณาจากความเสียหายจริงและหลักฐานที่ยื่น เงินที่ได้จึงอาจต่ำกว่าเพดาน กรุงเทพมหานครแจ้งว่าการพิจารณาและโอนเงินใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหกสิบวัน
ยื่นได้ถึงวันไหน
ข่าวที่กรุงเทพมหานครเผยแพร่ระบุว่าต้องยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประสบภัย แต่มีรายงานคำชี้แจงของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ว่ายื่นได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศเขตภัยพิบัติ สองตัวเลขนี้ยังไม่ตรงกัน ทางที่ปลอดภัยคือนับสามสิบวันจากวันที่น้ำเข้าบ้าน แล้วยื่นให้ทันภายในกำหนดนั้น ถ้าพ้นสามสิบวันไปแล้ว ให้สอบถามสำนักงานเขตและยื่นไว้ก่อน อย่าสรุปเองว่าหมดสิทธิ
ต้องใช้เอกสารอะไร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ภาพถ่ายความเสียหาย
- พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารตามที่ระบบกำหนด
- เอกสารเพิ่มตามรายการที่ขอ เช่น หลักฐานว่าพักอาศัยอยู่จริง
ไม่ต้องไปแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ ผู้ที่ไม่มีโฉนด ชื่อในโฉนดไม่ตรงกับผู้ยื่น หรือที่พักไม่มีบ้านเลขที่ กรุงเทพมหานครแนะนำให้ไปยื่นที่สำนักงานเขตแทนการยื่นออนไลน์ ผู้ที่ต้องการหนังสือรับรองผู้ประสบภัยไปยื่นนายจ้าง ขอได้ที่สำนักงานเขต
ผู้เช่าบ้านขออะไรได้บ้าง
ผู้เช่า และผู้ที่อยู่จริงแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ยื่นขอได้ตามเงื่อนไขและหลักฐานที่กำหนด แต่ค่าซ่อมแซมบ้านจ่ายให้เจ้าของที่อยู่ในบ้านนั้นเองเท่านั้น บ้านที่ปล่อยเช่า ทั้งเจ้าของและผู้เช่าไม่ได้ค่าซ่อมแซมส่วนนี้ ส่วนผู้เช่ายังขอรายการอื่นได้ เช่น ค่าเช่าที่พักชั่วคราว ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และค่ารักษาพยาบาล
สอบถามขั้นตอนได้ที่สายด่วนกรุงเทพมหานคร หมายเลข 1555 ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ประกันภัยที่มีอยู่ ครอบคลุมน้ำท่วมหรือไม่
ต้องเปิดกรมธรรม์อ่าน ไม่ใช่เดาจากชื่อกรมธรรม์ เพราะภัยน้ำท่วมมักเป็นความคุ้มครองที่ต้องซื้อเพิ่ม มิได้รวมอยู่ในกรมธรรม์อัคคีภัยพื้นฐานโดยอัตโนมัติ
- ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ให้ดูว่ามีภัยน้ำท่วมเป็นภัยเพิ่มพิเศษหรือไม่ และมีวงเงินจำกัดต่อปีเท่าใด
- ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งโดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนชั้นอื่นมักไม่คุ้มครอง ต้องดูเงื่อนไขเป็นรายกรมธรรม์
- ประกันภัยธุรกิจ อาจมีความคุ้มครองการหยุดชะงักของธุรกิจ ซึ่งชดใช้กำไรที่ขาดไปในช่วงที่เปิดทำการไม่ได้
เมื่อเกิดเหตุต้องแจ้งบริษัทประกันภัยโดยไม่ชักช้า และห้ามเคลื่อนย้ายหรือทิ้งทรัพย์สินที่เสียหายก่อนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ การรีบทิ้งของที่เสียหายเพราะอยากทำความสะอาดบ้าน เป็นเหตุที่ทำให้เรียกค่าสินไหมไม่ได้บ่อยที่สุด ให้ถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอไว้ก่อนเสมอ
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคนที่ทำให้ท่วมได้ไหม
ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของผู้ใด มิใช่จากปริมาณฝนตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ซึ่งแยกได้เป็นสองกรณีใหญ่
- เอกชนทำให้ทางน้ำเปลี่ยน เช่น ถมที่ปิดทางระบายน้ำเดิม ก่อสร้างโครงการโดยไม่จัดให้มีทางระบายน้ำตามที่ได้รับอนุญาต หรือทิ้งวัสดุอุดตันท่อระบายน้ำ กรณีนี้เป็นการละเมิดทางแพ่ง
- หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ละเลยหน้าที่จนเกิดความเสียหาย มีกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รองรับไว้เป็นการเฉพาะ โดยต้องยื่นคำขอต่อหน่วยงานนั้นก่อน มิใช่ฟ้องศาลได้ทันที
ข้อที่ต้องระวังที่สุดคือกำหนดเวลา การเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดมีอายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ส่วนการยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐก็มีกำหนดหนึ่งปีเช่นกัน หนึ่งปีผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเมื่อยังอยู่ระหว่างซ่อมบ้าน
ฝนตกหนักผิดปกติเป็นเหตุสุดวิสัยที่ยกขึ้นต่อสู้ได้ แต่ไม่ใช่เกราะที่ใช้ได้ทุกกรณี หากผู้ถูกเรียกร้องมีหน้าที่ต้องเตรียมการรับมือแล้วไม่ได้เตรียม หรือทำให้สภาพการระบายน้ำเดิมแย่ลงด้วยการกระทำของตน ข้อต่อสู้นี้จะอ่อนลงมาก
ลูกจ้างที่ไปทำงานไม่ได้ ได้ค่าจ้างหรือไม่
แยกเป็นสองสถานการณ์ที่ผลต่างกันชัดเจน
- นายจ้างสั่งหยุดกิจการชั่วคราวเพราะน้ำท่วมสถานประกอบการ กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้จ่ายเงินแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้า ของค่าจ้างในวันทำงานตลอดเวลาที่หยุด และต้องแจ้งลูกจ้างกับพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ
- สถานประกอบการเปิดตามปกติ แต่ลูกจ้างเดินทางมาไม่ได้เพราะบ้านตนท่วม กรณีนี้เป็นเรื่องของลูกจ้าง นายจ้างอาจให้ทำงานจากที่พัก ให้ใช้วันลาที่มีอยู่ หรืออนุญาตให้หยุดโดยไม่รับค่าจ้าง
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีหนังสือขอความร่วมมือนายจ้าง ให้อนุญาตลูกจ้างที่เดินทางมาทำงานไม่ได้ หรือมาสาย เพราะที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลาและไม่ถือเป็นความผิดตามข้อบังคับ
ต้องอ่านหนังสือฉบับนี้ให้ตรงกับสถานะทางกฎหมายที่แท้จริง เป็นการขอความร่วมมือ มิใช่คำสั่งหรือประกาศที่มีผลบังคับ นายจ้างที่ไม่ทำตามจึงยังไม่ผิดกฎหมายด้วยเหตุนั้นเอง และหนังสือฉบับนี้ไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิได้รับค่าจ้างในวันที่หยุด คำว่าไม่ถือเป็นวันลา มิได้แปลว่าได้ค่าจ้าง
แต่ในทางปฏิบัติหนังสือฉบับนี้มีน้ำหนักมาก เพราะกฎหมายกำหนดไว้แต่เดิมแล้วว่าการละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกัน ที่ทำให้เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ต้องเป็นการละทิ้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร บ้านถูกน้ำท่วมจนเดินทางไม่ได้ เป็นเหตุอันสมควรอยู่แล้วโดยตัวบท หนังสือของกรมเป็นเพียงการย้ำ นายจ้างที่เลิกจ้างโดยอ้างขาดงานสามวันในช่วงน้ำท่วม จึงเสี่ยงสูงมากที่จะถูกวินิจฉัยว่าเลิกจ้างโดยไม่ชอบ
นายจ้างที่หยุดกิจการแล้วไม่จ่ายเงินส่วนที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และน้ำท่วมมิใช่เหตุตามกฎหมายที่ทำให้นายจ้างเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ต้องเก็บหลักฐานอะไรไว้ตั้งแต่วันนี้
หลักฐานที่เก็บในวันที่น้ำยังท่วมอยู่ มีน้ำหนักกว่าที่เก็บหลังน้ำลดมาก สิ่งที่ควรทำทันทีคือ
- ถ่ายภาพและวิดีโอให้เห็นระดับน้ำเทียบกับจุดอ้างอิงที่ถาวร เช่น ประตู บันได หรือผนัง โดยเปิดการบันทึกวันเวลาไว้
- ถ่ายทรัพย์สินที่เสียหายทีละชิ้นให้เห็นยี่ห้อและหมายเลขเครื่อง ก่อนเคลื่อนย้ายหรือทิ้ง
- เก็บใบเสร็จค่าซ่อม ค่าวัสดุ ค่าเช่าที่พักชั่วคราว และค่าขนย้ายไว้ทุกใบ
- ขอหนังสือรับรองผู้ประสบภัยจากสำนักงานเขต เอกสารฉบับนี้ใช้ได้กับทั้งการขอเงินช่วยเหลือ การเคลมประกัน และการฟ้องคดี
- บันทึกวันเวลาที่น้ำเริ่มเข้าและระดับสูงสุดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ความทรงจำเปลี่ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป แต่บันทึกที่ทำในวันนั้นไม่เปลี่ยน
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน อัตราเงินช่วยเหลือและช่องทางยื่นเปลี่ยนตามมติคณะรัฐมนตรีแต่ละคราว ควรตรวจกับสำนักงานเขตที่บ้านตั้งอยู่อีกครั้งก่อนยื่น หากความเสียหายมีมูลค่าสูงหรือเห็นว่าเกิดจากการกระทำของผู้อื่น โปรดส่งภาพถ่ายและเอกสารที่มีมาให้สำนักงานพิจารณา
ข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ว่าด้วยอำนาจของผู้อำนวยการในการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงนามโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งห้าสิบเขต โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ขยายจากประกาศเดิมสามเขตคือหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ประกอบหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
- มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 อนุมัติงบกลาง 558,739,000 บาท และเห็นชอบหลักเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝนปี 2569 ครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอ การช่วยเหลือตามมติสำหรับฤดูฝนปี 2569 เปิดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมกรุงเทพมหานครทั้งห้าสิบเขต อัตรา 9,000 บาทสำหรับที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำท่วมตั้งแต่เจ็ดวันขึ้นไป และ 5,000 บาทสำหรับที่อยู่อาศัยประจำหรืออาคารสูงที่ถูกน้ำล้อม
- หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่กรุงเทพมหานครประกาศเมื่อตุลาคม 2569 ค่าซ่อมแซมที่พักอาศัยตามความเสียหายจริงหลังละไม่เกิน 88,600 บาท ไม่รวมบ้านที่ปล่อยเช่า ยื่นทางเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th หรือสำนักงานเขต ไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน ภายในสามสิบวันนับแต่วันประสบภัย และการพิจารณาจ่ายเงินใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหกสิบวัน
- พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44 การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ คู่มือลงทะเบียนเยียวยาอุทกภัย ปี 2569 สถานะคำร้องและการยื่นอุทธรณ์ที่ อปท. หรือสำนักงานเขต
- ระบบยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือของกรุงเทพมหานคร
- พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งกำหนดให้ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐก่อน และกำหนดอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ละเมิด และมาตรา 448 อายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
- หนังสือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 27 กันยายน 2569 ขอความร่วมมือนายจ้าง ให้อนุญาตลูกจ้างที่เดินทางมาทำงานไม่ได้หรือมาสาย เพราะที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลาและไม่ถือเป็นความผิด เอกสารฉบับนี้เป็นการขอความร่วมมือ มิใช่คำสั่งที่มีผลบังคับ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 การหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวด้วยเหตุจำเป็นสำคัญ ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายเงินแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่าจ้าง ในวันทำงาน และต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานเขตในพื้นที่ สำหรับการยื่นคำร้องและขอหนังสือรับรองผู้ประสบภัย
- สำนักงานศาลยุติธรรม