กฎหมายว่าด้วยค้ำประกันและจำนองถูกแก้ไขครั้งใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน เพื่อเลิกวิธีที่ผลักภาระทั้งหมดไปไว้ที่ผู้ค้ำประกัน แต่แบบสัญญาที่หมุนเวียนใช้กันอยู่จำนวนมากยังเป็นแบบก่อนการแก้ไข ผลคือเจ้าหนี้เชื่อว่าตนมีสิทธิมากกว่าที่กฎหมายให้ และผู้ค้ำประกันเชื่อว่าตนต้องรับผิดมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
ฝั่งผู้ให้กู้ จุดที่แพ้คดีบ่อยที่สุดมิใช่การไม่มีหลักฐานการกู้ แต่คือการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทำให้ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเสียไปทั้งจำนวน ส่วนฝั่งผู้กู้ จุดที่เสียหายที่สุดคือชำระหนี้ครบแล้ว แต่ไม่ได้เอาหลักฐานการกู้คืนมา จนถูกฟ้องซ้ำในหนี้ที่ชำระไปแล้ว
สัญญากู้ยืมและค้ำประกัน ต้องดูข้อไหนก่อน
- จำนวนเงินที่ได้รับจริง ตรงกับจำนวนที่ระบุในสัญญาหรือไม่ วิธีที่พบบ่อยคือหักดอกเบี้ยล่วงหน้าออกไปก่อน แต่เขียนในสัญญาเต็มจำนวน
- อัตราดอกเบี้ย ต้องไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด อัตราที่คิดเป็นรายเดือนต้องคูณสิบสองก่อนเทียบเพดานเสมอ
- ดอกเบี้ยผิดนัดและวิธีคิด โดยเฉพาะกรณีผ่อนชำระเป็นงวด ซึ่งกฎหมายกำหนดวิธีคิดไว้ต่างจากที่สัญญาเก่า ๆ เขียนไว้
- กำหนดชำระแต่ละงวด และเหตุที่ทำให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที
- หลักประกัน ทั้งการค้ำประกันและการจำนอง ต้องระบุวงเงินสูงสุดที่ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดและระยะเวลาไว้ให้ชัด
- ข้อความที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งเป็นข้อที่กฎหมายแก้ไขแล้วแต่ยังพบในแบบสัญญาเก่าเสมอ
- การเวนคืนหลักฐานการกู้เมื่อชำระหนี้ครบ ควรเขียนไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้น
- ค่าใช้จ่ายในการทวงถามและค่าทนายความ ว่าคิดกันอย่างไรและเท่าใด
ข้อความในสัญญากู้ที่เข้าใจผิดบ่อย
- ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงเช่นนี้ไม่มีผลสำหรับผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้ตกเป็นโมฆะ
- ผู้ค้ำประกันค้ำประกันหนี้ทุกประเภทที่ลูกหนี้มีอยู่และที่จะมีต่อไป โดยไม่จำกัดวงเงิน การค้ำประกันหนี้ในอนาคตต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกันไว้ จึงจะผูกพันได้
- ผู้จำนองยอมรับผิดในส่วนที่ขาด หากขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ ผู้จำนองที่มิใช่ตัวลูกหนี้ รับผิดไม่เกินราคาทรัพย์ที่จำนอง ข้อตกลงที่ให้รับผิดเกินกว่านั้นเป็นโมฆะ
- ผู้กู้ยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสามต่อเดือน เท่ากับร้อยละสามสิบหกต่อปี ซึ่งเกินเพดานที่กฎหมายกำหนดกว่าสองเท่า ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยย่อมเสียไปทั้งจำนวน และเป็นความผิดอาญาด้วย
- หากผิดนัดงวดใด ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากต้นเงินทั้งหมดที่ค้างอยู่ กฎหมายที่แก้ไขแล้วให้คิดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดเท่านั้น
- ผู้กู้ได้รับเงินไปครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา ถ้ายังมิได้รับเงินจริง อย่าลงลายมือชื่อ เพราะข้อความนี้ใช้ยันผู้กู้ได้ในชั้นศาล
ข้อไหนที่ผู้ค้ำประกันไม่ควรเซ็น
- ลงลายมือชื่อในสัญญาที่เว้นช่องว่างจำนวนเงิน อัตราดอกเบี้ย หรือวันที่ไว้
- ค้ำประกันโดยไม่มีวงเงินสูงสุดและไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด
- มอบเอกสารสิทธิพร้อมหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้
- ทำสัญญาขายฝากหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ให้เจ้าหนี้ เพื่อใช้แทนการจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ เพราะเมื่อพ้นกำหนดแล้วทรัพย์หลุดไปทั้งแปลง แม้หนี้จะน้อยกว่าราคาทรัพย์มาก
- ยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นในหนี้กู้ยืมระหว่างเอกชน ซึ่งทำได้เฉพาะเมื่อค้างชำระดอกเบี้ยครบหนึ่งปีและตกลงกันเป็นหนังสือ
สัญญาไม่ได้เขียนไว้ กฎหมายคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างไร
- การกู้ยืมเงินเกินกว่าสองพันบาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ยืม จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
- การนำสืบว่าชำระหนี้แล้ว ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือได้เวนคืนเอกสารการกู้ หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว การโอนเงินอย่างเดียวโดยไม่ระบุว่าชำระหนี้ใด จึงยังไม่ปลอดภัย
- ดอกเบี้ยในการกู้ยืมระหว่างเอกชนเกินร้อยละสิบห้าต่อปีไม่ได้ หากเกิน ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเสียไปทั้งจำนวน เจ้าหนี้คงเรียกได้เพียงดอกเบี้ยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันผิดนัด
- ถ้าไม่ได้ตกลงอัตราดอกเบี้ยกันไว้ คิดได้ร้อยละสามต่อปี
- ดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด คิดได้ในอัตราตามกฎหมายบวกเพิ่มอีกร้อยละสองต่อปี เว้นแต่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกในอัตราที่สูงกว่านั้นด้วยเหตุอย่างอื่น
- หนี้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด เมื่อผิดนัดงวดใด เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดนั้น
- เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากบอกกล่าวช้ากว่านั้น ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ที่เกิดขึ้นภายหลังพ้นกำหนดดังกล่าว
- ข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตกเป็นโมฆะ และข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดแม้หนี้ประธานเป็นโมฆะ ก็ตกเป็นโมฆะเช่นกัน
- เบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน ศาลลดลงให้เหลือจำนวนที่สมควรได้
- สิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมโดยทั่วไปมีกำหนดสิบปี แต่ถ้าตกลงผ่อนต้นเงินคืนเป็นงวด กำหนดเวลาลดเหลือห้าปี
ก่อนเซ็นค้ำประกัน ต้องเช็กอะไรบ้าง
- ผู้ให้กู้ ทำสัญญาเป็นหนังสือเสมอ ระบุจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร และโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพร้อมเก็บหลักฐานการโอนไว้
- ผู้กู้ นับเงินหรือตรวจยอดที่ได้รับจริงให้ครบก่อนลงลายมือชื่อ และไม่ลงลายมือชื่อในเอกสารที่ยังเว้นช่องว่างไว้
- ชำระหนี้ทุกครั้งผ่านบัญชีธนาคาร และระบุในหลักฐานว่าชำระหนี้รายการใด งวดใด
- เมื่อชำระครบ ขอรับหลักฐานการกู้คืน หรือให้เจ้าหนี้แทงเพิกถอนลงในเอกสารต้นฉบับพร้อมลงลายมือชื่อกำกับ
- ผู้ค้ำประกัน ขอสำเนาสัญญาหลักมาอ่านก่อน และตรวจว่าระบุวงเงินสูงสุดกับระยะเวลาที่ค้ำประกันไว้หรือไม่
- ผู้ค้ำประกัน แจ้งที่อยู่ที่ติดต่อได้จริงไว้กับเจ้าหนี้ และแจ้งทุกครั้งที่ย้าย เพื่อให้ได้รับหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนด
- กรณีจำนอง ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การทำสัญญาจำนองกันเองโดยไม่จดทะเบียนไม่มีผลเป็นการจำนอง
- ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า และเก็บคู่ฉบับไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด
บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน และมิได้เป็นการให้ตัวแบบสัญญาไปใช้เอง สัญญาที่ทำไว้ก่อนกฎหมายแก้ไขกับที่ทำภายหลัง มีผลต่างกัน ส่งสัญญาที่มีอยู่มาให้สำนักงานตรวจก่อนดำเนินการใดได้
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 การกู้ยืมเงินเกินสองพันบาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม และวรรคสองว่าด้วยการนำสืบการใช้เงิน มาตรา 654 เพดานดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี และมาตรา 655 การคิดดอกเบี้ยทบต้น
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 อัตราดอกเบี้ยที่มิได้กำหนดไว้ มาตรา 224 ดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด และมาตรา 224/1 การคิดดอกเบี้ยผิดนัด ในหนี้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะค้ำประกัน มาตรา 680 มาตรา 681 ซึ่งวรรคสองกำหนดว่าการค้ำประกันหนี้ในอนาคตต้องระบุวัตถุประสงค์ ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา 699 มาตรา 681/1 ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตกเป็นโมฆะ ซึ่งวรรคสองยกเว้นให้ผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคลตกลงเช่นนั้นได้ มาตรา 686 หน้าที่บอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และมาตรา 685/1 ซึ่งกำหนดให้ข้อตกลงที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่งถึงวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 ตกเป็นโมฆะ ทั้งนี้ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 และ (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2558
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 727/1 ความรับผิดของผู้จำนอง ซึ่งมิใช่ลูกหนี้ จำกัดไม่เกินราคาทรัพย์สินที่จำนอง และมาตรา 383 อำนาจศาลในการลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 อายุความทั่วไปสิบปี และมาตรา 193/33 (2) อายุความห้าปีสำหรับต้นเงินที่ผ่อนชำระเป็นงวด
- พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิดอาญา
- สำนักงานศาลยุติธรรม