ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนของครอบครัวได้รับการแก้ไข โดยเปลี่ยนถ้อยคำจากชายและหญิงเป็นบุคคล และจากสามีภริยาเป็นคู่สมรส บุคคลสองคนจึงหมั้นและสมรสกันได้โดยไม่จำกัดเพศ พร้อมกันนั้นได้ปรับอายุขั้นต่ำในการสมรสจากสิบเจ็ดปีเป็นสิบแปดปี ผู้ที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปียังต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
การรับรองนี้อยู่ในกฎหมายหลักว่าด้วยครอบครัว มิใช่กฎหมายเฉพาะแยกต่างหาก ผลจึงตามไปถึงกฎหมายอื่นที่อ้างถึงคู่สมรสด้วย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองในลักษณะนี้
จดทะเบียนแล้วได้สิทธิอะไรทันที
- ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส และต้องแบ่งกันเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง
- คู่สมรสเป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิรับมรดกของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องทำพินัยกรรม
- รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ในฐานะคู่สมรส
- ให้ความยินยอมในการรักษาพยาบาลแทนอีกฝ่ายได้ เมื่อเจ้าตัวไม่อยู่ในสภาพที่จะให้ความยินยอมด้วยตนเอง
- จัดการทรัพย์สินร่วมกัน และดำเนินการแทนกันได้ในเรื่องที่กฎหมายให้อำนาจคู่สมรส
เรื่องไหนที่ยังต้องไปแก้เอกสารเอง
การจดทะเบียนสมรสทำให้เกิดสิทธิตามกฎหมายครอบครัว แต่สิทธิบางอย่างอยู่ในเอกสารของหน่วยงานหรือของเอกชน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติ จึงต้องไปแก้ไขรายการด้วยตนเอง
- ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ต้องแจ้งเปลี่ยนกับบริษัทประกัน
- ผู้รับประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและสวัสดิการของนายจ้าง ต้องตรวจระเบียบของแต่ละแห่งว่าครอบคลุมคู่สมรสตามความหมายใหม่แล้วหรือไม่
- บัญชีธนาคารร่วม ผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือมอบอำนาจที่ทำไว้ก่อนหน้า
- พินัยกรรม ซึ่งยังจำเป็นอยู่ หากต้องการแบ่งทรัพย์ต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้
กฎหมายฉบับไหนที่ยังไม่ได้แก้ตาม
กฎหมายและระเบียบอีกหลายฉบับยังใช้ถ้อยคำเดิมว่าสามีภริยาหรือบิดามารดา ในทางปฏิบัติจึงยังมีเรื่องที่ต้องตีความหรือรอการแก้ไข ที่พบบ่อยที่สุดคือสถานะความเป็นบิดามารดาของบุตร เพราะกฎหมายว่าด้วยการตั้งครรภ์แทนและการช่วยเจริญพันธุ์ ยังเขียนไว้บนฐานของคู่สามีภริยา
คู่สมรสที่วางแผนจะมีบุตรจึงควรปรึกษาก่อนเริ่มดำเนินการ เพราะลำดับของเอกสารมีผลต่อการรับรองสถานะของบุตรในภายหลัง และแก้ย้อนหลังยากกว่าการเตรียมไว้ตั้งแต่ต้นมาก
คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ต้องทำอย่างไร
คนไทยสมรสกับชาวต่างชาติได้โดยไม่จำกัดเพศตามกฎหมายไทย ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดมิใช่การจดทะเบียน แต่เป็นการจัดเตรียมเอกสารจากประเทศของคู่สมรส ซึ่งต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่ทางราชการไทยกำหนดเสียก่อน
เมื่อจดทะเบียนแล้ว สถานะคู่สมรสใช้ประกอบการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรได้ แต่เป็นคนละเรื่องกับสิทธิทำงาน ซึ่งต้องขอใบอนุญาตแยกต่างหาก อีกประการหนึ่ง ประเทศของคู่สมรสอาจรับรองหรือไม่รับรองการสมรสนี้ก็ได้ จึงควรตรวจทั้งสองด้านก่อนวางแผนเรื่องทรัพย์สินและมรดก
บทความนี้อธิบายหลักการโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อเรื่องของท่าน เอกสารที่แต่ละคู่ต้องเตรียมต่างกันตามสัญชาติ ทรัพย์สินที่มีอยู่ และแผนเรื่องบุตร แจ้งข้อเท็จจริงเข้ามาได้ สำนักงานจะชี้แจงลำดับขั้นตอนให้
ข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 อันเป็นวันพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ซึ่งเป็นวันแรกที่รับจดทะเบียนสมรสได้
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว มาตรา 1448 อายุของผู้จะสมรส มาตรา 1458 ความยินยอมของทั้งสองฝ่าย และมาตรา 1474 สินสมรส
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก มาตรา 1629 และมาตรา 1635 ว่าด้วยคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในฐานะทายาทโดยธรรมและส่วนแบ่ง
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผู้รับจดทะเบียนสมรส
- สำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับคดีครอบครัวและมรดก