กิจการที่เริ่มจากคนรู้จักกันมักไม่ทำเอกสารกันไว้ในตอนต้น เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นและเกรงใจกัน เอกสารที่มีจึงเป็นเพียงข้อบังคับแบบสำเร็จรูปที่ใช้ยื่นจดทะเบียน ซึ่งมิได้เขียนถึงสิ่งที่ตกลงกันไว้จริง
ปัญหาจะปรากฏเมื่อฝ่ายหนึ่งเลิกทำงานให้กิจการแต่ยังถือหุ้นในสัดส่วนเดิม เมื่อฝ่ายหนึ่งประสงค์จะออกแต่ตกลงราคากันไม่ได้ เมื่อกรรมการฝ่ายหนึ่งไม่ให้อีกฝ่ายดูบัญชี หรือเมื่อถือหุ้นฝ่ายละครึ่งแล้วไม่เห็นพ้องกัน จนกิจการเดินต่อไม่ได้
ในเวลานั้น สิ่งที่ใช้ชี้ขาดคือข้อบังคับของบริษัทและมติที่ประชุมที่บันทึกไว้ มิใช่ความเข้าใจที่เคยตกลงกันด้วยวาจา
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมาย
- ตรวจดูบัญชีและเอกสารของบริษัทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องส่วนใหญ่ เพราะข้อพิพาทมักเริ่มจากการไม่ได้เห็นตัวเลข
- ขอให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อถือหุ้นรวมกันถึงสัดส่วนที่กำหนด
- ขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับ
- ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรรมการที่ทำให้บริษัทเสียหาย
- ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัท ในกรณีที่กิจการไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ซึ่งเป็นทางสุดท้ายและมักทำให้มูลค่ากิจการลดลงมาก
ทะเลาะกับหุ้นส่วน ต้องทำอะไรก่อน
- ขอดูเอกสารและบัญชีเป็นหนังสือก่อน เพื่อให้มีหลักฐานว่าได้ขอแล้ว และเพื่อทราบสถานะที่แท้จริงของกิจการก่อนตัดสินใจ
- ตรวจข้อบังคับของบริษัทและมติที่ประชุมย้อนหลัง ว่าที่ผ่านมาดำเนินการถูกต้องตามที่กำหนดไว้หรือไม่
- เจรจาเรื่องการซื้อหุ้นคืน โดยตกลงวิธีประเมินมูลค่าก่อนตกลงตัวเลข ซึ่งมักเป็นทางออกที่เสียหายน้อยที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
- หากเจรจาไม่สำเร็จ จึงใช้สิทธิทางศาล โดยเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหา มิใช่ฟ้องทุกเรื่องพร้อมกัน
ควรตกลงอะไรไว้ตั้งแต่วันเปิดบริษัท
ข้อตกลงเหล่านี้เขียนได้ในข้อบังคับของบริษัทและในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ใช้เวลาไม่มากในวันที่ทุกฝ่ายยังเห็นพ้องกัน แต่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในวันที่ไม่เห็นพ้องกันแล้ว
- ผู้ถือหุ้นรายใดทำหน้าที่ใด ได้รับผลตอบแทนอย่างไร และหากหยุดทำหน้าที่นั้นจะกระทบสัดส่วนหุ้นหรือไม่
- เรื่องใดต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นทุกราย มิใช่ใช้เสียงข้างมาก เช่น การกู้เงิน การขายทรัพย์สินหลัก และการรับผู้ถือหุ้นรายใหม่
- ผู้ที่ประสงค์จะขายหุ้นต้องเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนหรือไม่ และคำนวณราคาด้วยวิธีใด โดยกำหนดวิธีไว้ล่วงหน้า มิใช่กำหนดตัวเลข
- จะจ่ายเงินปันผลเมื่อใดและเท่าใด เก็บกำไรไว้ในกิจการเท่าใด
- หากตกลงกันไม่ได้จนกิจการเดินต่อไม่ได้ จะใช้วิธีใดยุติ เช่น ให้ฝ่ายหนึ่งเสนอราคาแล้วอีกฝ่ายเลือกว่าจะซื้อหรือขายที่ราคานั้น
- หากผู้ถือหุ้นรายหนึ่งถึงแก่ความตาย ทายาทจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นแทนหรือไม่
อะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
- ถือหุ้นฝ่ายละครึ่งเท่ากันโดยไม่มีวิธียุติข้อขัดแย้งไว้ เพราะเมื่อไม่เห็นพ้องกัน จะไม่มีฝ่ายใดตัดสินใจได้เลย
- ตัดอีกฝ่ายออกจากข้อมูลของกิจการ ซึ่งทำให้เรื่องขึ้นสู่ศาลเร็วขึ้น
- นำเงินออกจากบริษัทโดยมิได้บันทึกให้ถูกต้อง ซึ่งกลายเป็นประเด็นในคดี
- จัดประชุมโดยไม่บอกกล่าวให้ถูกต้อง ทำให้มติถูกเพิกถอนได้ในภายหลัง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกิจการของท่าน โปรดนำหนังสือรับรองบริษัท ข้อบังคับ และรายงานการประชุมมาให้สำนักงานตรวจสอบก่อนดำเนินการ
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยบริษัทจำกัด มาตรา 1144 อำนาจของกรรมการ มาตรา 1173 การเรียกประชุมวิสามัญโดยผู้ถือหุ้น มาตรา 1194 มติพิเศษ และมาตรา 1195 การเพิกถอนมติที่ประชุมที่ไม่ชอบ
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237 เหตุที่ศาลสั่งเลิกบริษัทได้
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์