Commit Legal Consultantกรุงเทพมหานคร · ประเทศไทย โทรศัพท์

ชื่อการค้าถูกผู้อื่นจดทะเบียนไปก่อน ทางเลือกที่มีเหลืออยู่

สิทธิในเครื่องหมายการค้าเกิดจากการจดทะเบียน ผู้ที่ใช้ชื่อมาก่อนหลายปีจึงอาจถูกห้ามใช้ชื่อที่ตนสร้างขึ้นมาเอง

เจ้าของกิจการจำนวนมากเข้าใจว่าเมื่อใช้ชื่อการค้ามานานจนลูกค้ารู้จัก ย่อมมีสิทธิในชื่อนั้นโดยอัตโนมัติ ความเข้าใจนี้คลาดเคลื่อน ผู้ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนก่อนย่อมได้รับพิจารณาก่อน และเมื่อผู้อื่นได้รับจดทะเบียนไปแล้ว ผู้ที่ใช้มาก่อนอาจถูกบอกกล่าวให้เลิกใช้ในสินค้าประเภทเดียวกัน

กรณีที่พบบ่อยมีสองแบบ แบบแรกคือคู่แข่งหรือผู้จัดจำหน่ายเดิมนำชื่อไปจดทะเบียนในนามของตน แบบที่สองคือผู้ที่จดทะเบียนชื่อไว้จำนวนมากเพื่อรอเรียกเงินจากเจ้าของที่แท้จริงในภายหลัง

ทั้งสองแบบยังมีทางแก้ แต่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าการยื่นจดทะเบียนตั้งแต่ต้นหลายเท่า และผลไม่แน่นอน

ต้องตรวจสถานะอะไรก่อน

  • ตรวจว่าคำขอของอีกฝ่ายอยู่ในชั้นใด ยังอยู่ระหว่างพิจารณา อยู่ในช่วงประกาศโฆษณา หรือได้รับจดทะเบียนไปแล้ว เพราะแต่ละชั้นมีวิธีดำเนินการต่างกัน
  • ตรวจว่าจดทะเบียนไว้ในจำพวกและรายการสินค้าใด หากคนละประเภทกับที่กิจการทำ อาจไม่กระทบกันเลย
  • รวบรวมหลักฐานว่ากิจการใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่เมื่อใด ทั้งใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สื่อโฆษณา หน้าร้านค้าออนไลน์ และการจดทะเบียนชื่อนิติบุคคล

ชื่อถูกจดไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง

  • หากอยู่ในช่วงประกาศโฆษณา ให้ยื่นคัดค้านภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศ ซึ่งเป็นทางที่เร็วและมีต้นทุนต่ำที่สุด และเป็นเหตุผลที่ควรตรวจประกาศเป็นระยะ
  • หากจดทะเบียนไปแล้ว ให้ฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนโดยแสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานการใช้มาก่อนที่หนักแน่น และต้องฟ้องภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียน
  • หากอีกฝ่ายจดทะเบียนไว้แล้วไม่เคยใช้จริง ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ขอให้เพิกถอนด้วยเหตุที่มิได้ใช้เครื่องหมายนั้น
  • เจรจาขอรับโอนสิทธิ ซึ่งบางกรณีมีต้นทุนต่ำกว่าการดำเนินคดี แต่ควรประเมินก่อนว่าฝ่ายเรามีน้ำหนักเพียงใด มิฉะนั้นจะเสียเปรียบในการเจรจา
  • เปลี่ยนไปใช้ชื่อใหม่แล้วจดทะเบียนให้เรียบร้อย ซึ่งในบางกรณีเสียหายน้อยกว่าการต่อสู้ที่ใช้เวลาหลายปี

หลักฐานแบบไหนที่ทำให้ชนะ

  • หลักฐานการใช้ที่มีวันที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ย้อนหลังก่อนวันที่อีกฝ่ายยื่นคำขอ
  • หลักฐานว่าอีกฝ่ายทราบถึงการใช้ของกิจการมาก่อน เช่น เคยเป็นผู้จัดจำหน่าย เคยเป็นลูกจ้าง หรือเคยติดต่อทางการค้ากัน
  • หลักฐานว่าผู้บริโภครู้จักชื่อนี้ว่าเป็นของกิจการ เช่น ยอดขาย งบโฆษณา และการกล่าวถึงในสื่อ

ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร

  • ยื่นจดทะเบียนก่อนเปิดตัวสินค้า มิใช่หลังจากสินค้าเป็นที่รู้จักแล้ว
  • จดทะเบียนในนามนิติบุคคลที่ประกอบกิจการจริง มิใช่ในนามบุคคล
  • จดทะเบียนให้ครอบคลุมประเภทสินค้าที่จะขยายไปในอนาคตด้วย
  • ยื่นในประเทศที่จะส่งสินค้าไปจำหน่าย เนื่องจากสิทธิที่ได้รับในประเทศไทยมีผลเฉพาะในประเทศไทย
  • กำหนดในสัญญากับผู้จัดจำหน่ายให้ชัดว่าห้ามนำเครื่องหมายไปจดทะเบียนในนามของตนไม่ว่าในประเทศใด
  • ดูแลวันต่ออายุ เพราะเครื่องหมายที่ขาดต่ออายุจะเปิดช่องให้ผู้อื่นยื่นทับ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับเรื่องของท่าน ผลของการคัดค้านและการขอเพิกถอนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นราย ๆ ไป หากทราบว่ามีผู้ยื่นคำขอทับ โปรดติดต่อสำนักงานโดยเร็ว เพราะมีกำหนดเวลา

ข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 6 ลักษณะของเครื่องหมายที่จดทะเบียนได้ มาตรา 13 เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว และมาตรา 35 การยื่นคำคัดค้านภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณา
  • พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 61 การร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ขัดต่อมาตรา 6 มาตรา 63 การร้องขอให้เพิกถอนเพราะมิได้ใช้เครื่องหมายนั้นจริง และมาตรา 67 การฟ้องต่อศาลโดยผู้มีสิทธิดีกว่า ซึ่งต้องฟ้องภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียน
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

ดูบทความทั้งหมด

ติดต่อเรา

ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

แจ้งรายละเอียดเรื่องของท่านมาได้ สำนักงานให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินเรื่องก่อน แล้วจึงแจ้งว่ารับดำเนินการให้ได้หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

โทรศัพท์
อีเมล
ที่อยู่
18/241 ซอยคู้บอน 27 แยก 35 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
ระบบลูกความ